สมาคมการวิจัย ชินริ ความจริง=กฏของพระเจ้า
(Shinri=kaminori no kenkyuukai)

อะไรคือ สมาคมการวิจัย ชินริ ความจริง=กฏของพระเจ้า (Wikipedia)
ประสบการณ์ (Experience stories)
การปฏิบัติ (Practices)
คำสอน (Teachings)
การปฏิบัติโดยใช้โอมาโมริ (Practices using Omamori)

Wikipedia

อะไรคือ สมาคมการวิจัย ชินริ ความจริง=กฏของพระเจ้า

สมาคมการวิจัย ชินริ ความจริง=กฏของพระเจ้า คือองค์กร หรือ ลัทธิใหม่ที่ก่อตั้งโดย มาซาโอะ อุซุมิ ในประเทศญี่ปุ่น โดยก่อนที่เขาจะก่อตั้งชินรินั้น เขาได้สั่งสมประสบการณ์ทางด้านจิตวิญญาณไว้อย่างมากมายผ่านทางการศึกษาลัทธิต่างๆของญี่ปุ่น เช่น ซูเคียว มะฮิคาริ (Sukyo Mahikari) เทนริเคียว (Tenrikyou) ชินเนียวเอน (Shinyoen) และ ชินจิ เคียวไค (shinji kyoukai) ต่อมาในปี ค.ศ. 2006 เขาได้รับคำแนะนำจากพระเจ้าให้เริ่มตั้งสมาคมนี้ขึ้นมา คำแนะนำเกี่ยวกับสมาคมดังกล่าวนั้น ได้มีการวางแผนมาไว้เมื่อสามพันปีก่อนจาก พระเจ้าสูงสุด เพื่อทำให้แผนการของพระเจ้าบนโลกนี้สมบูรณ์

ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ของ ชินริ อยู่ที่เมือง มาเอบาชิ จังหวัดกุมมะ ประเทศญี่ปุ่น

สารบัญ

1. คำนำ
2. ประวัติของมาซาโอะ อุซุมิ
3. คำสอน
4. จุดประสงค์ของสมาคม
5. กิจกรรมสำคัญของสมาคม

1. คำนำ

สมาคมนี้ก่อตั้งขึ้นโดยมาซาโอะ อุซุมิ เพื่อศึกษา และเผยแพร่ ความจริง ของจักรวาล ผ่านการสัมมนาที่เขาได้เริ่มเมื่อ 15 ตุลาคม ค.ศ. 2006 จึงนับได้ว่าวันนั้นเป็นวันแรกของการก่อตั้งสมาคม

ในมุมมองของเขา ความจริงของจักรวาลนั้นได้ถูกจัดการในลักษณะที่ว่า มนุษย์ทุกคนสามารถกลายเป็นคนที่เต็มไปด้วยความสุขได้ ที่สำคัญ ความจริง=กฏของพระเจ้า แตกต่างจากความรู้ทั่วไปที่มนุษย์มีอยู่หลายประการ

คุณอุซุมิ กล่าวว่า วันสุดท้ายในปฏิทินของชนเผ่ามายา ซึ่งตรงกับวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 เป็นวันที่โลกวิญญาณของมนุษย์ และโลกของพระเจ้าจะเชื่อมติดกัน ซึ่งหมายความว่า วิญญาณของมนุษย์ที่อยู่บนสวรรค์สามารถขึ้นไปยังโลกของพระเจ้าได้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน ปรากฏการณ์นี้จะทำให้เกิดการยกระดับจิตวิญญาณของมนุษย์ ในอนาคตจะมีแค่มนุษย์ที่มีจิตวิญญาณของพระเจ้าบนโลก ซึ่งนั่นหมายถึงการทำให้สวรรค์บนโลกเกิดขึ้นจริง สมาคมนี้จึงมีหน้าที่สำคัญในการทำให้การเชื่อมกันระหว่างสวรรค์และโลกของพระเจ้าเกิดขึ้น

การเชื่อมกันระหว่างสวรรค์และโลกของพระเจ้านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว โดยทางสมาคมได้ทำการเชื่อมนี้ในวันที่ 16 ธันวาคม ปีค.ศ.2012

คุณอุซุมิได้ศึกษาศาสนาหลายศาสนา และมีประสบการณ์ทางด้านจิตวิญญาณมากมาย ดังนั้นเขาจึงสามารถพัฒนาวิธีการช่วยเหลือวิญญาณมนุษย์ด้วยตัวของเขาเอง เขาค้นพบวิธีที่จะช่วยชี้แนะวิญญาณมนุษย์ทั้งที่มีความเคียดแค้น และไม่มีความเคียดแค้น สามารถขึ้นไปยังสวรรค์โดยตรง ซึ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งเมื่อเขาได้ศึกษาต่อไปจนค้นพบว่าพระเจ้าก็มีความเคียดแค้นเช่นกัน ซึ่งความเคียดแค้นนี้สามารถรบกวนมนุษย์ได้ และเขาก็ยังพัฒนาวิธีที่จะช่วยพระเจ้าที่ทรงพลังเหล่านี้ ให้ไปที่โลกพระเจ้าได้

มนุษย์มักจะทุกข์ทรมานจากการรบกวนซึ่งเกิดจากความเคียดแค้นของวิญญาณมนุษย์จากอดีตชาติ มันเป็นผลกรรมของการกระทำจากอดีตชาติ เกือบจะทั้งหมดของปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ การเงิน และความสัมพันธ์กับผู้อื่น ล้วนเกิดจากการรบกวนของวิญญาณ

คุณอุซุมิยังได้ค้นพบอีกว่ามีมนุษย์จำนวนหนึ่งที่เกิดจากการแบ่งวิญญาณของพระเจ้า ซึ่งได้รับความทุกข์ทรมานจากพระเจ้า ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ขณะนี้จะสามารถช่วยเหลือมนุษย์ซึ่งไม่สามารถรักษาได้จนถึงวันนี้

ยิ่งไปกว่านั้น คุณอุซุมิ ยังได้ค้นพบอีกว่ามีการแลกเปลี่ยนหรือโยนบาปกรรมให้คนอื่น จะเกิดขึ้นเมื่อเราช่วยเหลือวิญญาณหรือมนุษย์คนอื่น จะทำให้ปัญหาของวิญญาณหรือคนที่เราช่วยนั้นตกมาอยู่ที่เรา และเขายังค้นพบวิธีที่จะช่วยเหลือผู้อื่นหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ด้วย

ดังนั้นตอนนี้เราสามารถช่วยเหลือวิญญาณที่อยู่บนโลกนี้ได้ 100% ด้วยวิธีที่ง่ายและปลอดภัย

คุณอุซุมิสอนวิธีการช่วยเหลือ และให้ความรู้เรื่องของจิตวิญญาณทั้งหมดที่เขารู้สู่ประชาชนทั่วไปผ่านทางการเรียนการสอนของเขา ในการเรียนการสอนนี้มีการเปิดเผยเรื่องต่างๆที่ได้รับการเปิดเผยโดยตรงจากพระเจ้า บอกเล่าผ่านคุณอุซุมิสู่สาธารณชน

ท่านใดอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม หรือสนใจที่จะศึกษาวิธีการช่วยเหลือวิญญาณติดต่อได้ที่ choko_tereza@hotmail.com

 

2. ประวัติของ มาซาโอะ อุซุมิ

· เกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1943 ณ เมือง มาเอบาชิ จังหวัด กุมมะ

· จบการศึกษา อาชีวะ จาก technical school of Maebashi ที่จังหวัดกุมมะ หลังจากจบการศึกษา เขาได้เข้าทำงานที่องค์การโทรศัพท์ เป็นเวลา 7 ปี ภายหลังได้เปิดบริษัทเป็นของตนเอง ชื่อ Utsumi Shoukai Co. และปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Hiro Cia. Ltd.

· เขาได้คิดค้นอุปกรณ์ในการโอนสายโทรศัพท์ และได้จดสิทธิบัตรเมื่อมีนาคมปี ค.ศ. 1976 หลังจากนั้นเขาได้คิดค้นอุปกรณ์อีกหลายอย่าง เช่น อุปกรณ์ในการป้องกันการโทรผิด และ เครื่องเตือนเมื่อโทรศัพท์สายหลุด เป็นต้น เขาได้รับรางวัลมากมายในช่วงปี 1988 ถึงปี 2001

· นอกจากงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีแล้ว เขามีความสนใจในเรื่องปัญหาสุขภาพ และได้คิดค้นเก้าอี้เพื่อสุขภาพ ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์แห่งเมือง มาเอบาชิ เมื่อ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 2000

· เขายังได้ค้นพบวิธีการตั้งครรภ์แบบสามารถเลือกเพศเด็กได้ และมีประชาชนมากกว่า 4,000 คนให้ความสนใจ และรับการปรึกษาจากเขา

· การฝึกฝนเรื่องจิตวิญญาณทั้ง 30 ปีของเขา เริ่มขึ้นหลังจากไปวัดภูเขา Minobu เมื่อ 16 สิงหาคม ค.ศ. 1975

· ระหว่างนั้น เจาได้รับการแนะนำให้เข้าเป็นสมาชิกของ เท็นริเคียว (Tenrikyo) และ ชินเนียวเอน (Shinnyoen) (ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้ออกจากลัทธิเหล่านั้น)

· เขาได้รับการแนะนำให้เป็นสมาชิกของ ซูเคียว มาฮิคาริ (Sukyo Mahikari) เมื่อ พฤศจิกายน ค.ศ. 1982

· เขาได้พัฒนาวิธีการที่จะช่วยเหลือ และส่งวิญญาณมนุษย์ให้ขึ้นสวรรค์ และเริ่มฝึกฝนเมื่อปี ค.ศ.1985

· เขายังได้เป็นสมาชิกขององค์กรทางศาสนานามว่า โอยามะ เนซุ โนะ มิโกโตะ ชินจิ เคียวไก (Ooyama Nezu no Mikoto Shinji Kyoukai) ในปี ค.ศ. 1992

· ในปี ค.ศ. 1997 เขาเริ่มการช่วยเหลือวิญญาณมังกร ซึ่งถูกกักขังอยู่ในบริเวณของวัดทางศาสนาชินโต และวัดทางพระพุทธศาสนา รอบๆจังหวัดกุมมะ และได้ค้นพบวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือวิญญาณมังกรที่ถูกกักขังอยู่ทั่วญี่ปุ่น

· เขาได้ออกจากซุเคียว มะฮิคาริ เมื่อพฤศจิกายน ค.ศ. 1997 ซึ่งในขณะนั้น เขาได้รับการอบรมขั้นสูงสุด ของซูเคียว มะฮิคาริ มาแล้วทั้งหมด 20 ครั้ง ติดต่อกัน

· เขาได้รับชื่อใหม่ว่า Rensui Kinsei จากเสียงข้อความจากพระเจ้าเมื่อปี ค.ศ. 2001

· เขาประกาศเริ่มงานเผยแพร่ศาสนาหลังจากได้รับข้อความจากพระเจ้าเมื่อ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2006

· ในที่สุดเขาได้เริ่มก่อตั้งองค์กรนี้ขึ้นมา โดยเริ่มการเรียนการสอนครั้งแรกเมื่อ 15 ตุลาคม ค.ศ. 2006

   

3. คำสอน

· พระเจ้าผู้สร้าง หมายถึง พระเจ้าของทุกสรรพสิ่งในจักรวาล, พระเจ้าผู้สูงสุด, ต้นกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง
· ในโลกนี้มีหลักกุญแจสำคัญในการสร้างครอบครัวที่มีแต่ความสุขอยู่
· ความรู้สึกขอบคุณสามารถเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราได้
· ความโชคร้าย ความทุกข์ยากต่างๆล้วนมีสาเหตุ
· ใช้ความถูกต้องในทางที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการแลกเปลี่ยนหรือการถ่ายทอดบาปกรรม
· ต้องมีความสุขกับตัวเองก่อนเพื่อให้มีกำลังในการช่วยเหลือผู้อื่น
· สิ่งที่พระเจ้าชอบและไม่ชอบ
· ให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการจัดการของพระเจ้า
· ความจริงของโลกพระเจ้า
· ต้นกำเนิดของจิตวิญญาณ
· และอื่นๆอีกมากมาย

   

4. เป้าหมายขององค์กรนี้

· เพื่อเผยแพร่วิธีในการสร้างครอบครัวที่เต็มไปด้วยความสุขไปทั่วโลกและจักรวาล
· เพื่ออธิบายแก่นแท้ของคำสอนของชินริ ความจริง=กฏของพระเจ้า ให้กระจ่าง
· เพื่อช่วยเหลือวิญญาณพระเจ้าที่มารบกวน และวิญญาณที่เป็นต้นเหตุของความทุกข์ยาก ความโชคร้ายต่างๆ และเพื่อชำระล้างโลกใบนี้ให้บริสุทธิ์ 100%
· เพื่อเผยแพร่ชินริ ความจริง=กฏของพระเจ้า ไปทั่วทั้งโลก เพื่อสร้างสรรค์บนโลก
· เพื่อเผยแพร่ข้อความที่ว่าฟื้นฟูพลังทางจิตวิญญาณของพระเจ้า และศรัทธาใน พระเจ้า (พระเจ้าผู้สร้าง) แล้วเราจะได้รับความคุ้มครองอย่างยิ่งใหญ่ และเราจะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุข และสุขภาพที่ดี
· เพื่อให้คำแนะนำ แก่ศาสนาต่างๆในเรื่องวีธีการฟื้นฟูพลังให้พระเจ้า

   

5. กิจกรรมที่สำคัญในองค์กร

ปัจจุบันองค์กรได้ดำเนินการช่วยเหลือวิญญาณที่เกี่ยวกับมนุษย์เพื่อแก้ปัญหาการรบกวนจากวิญญาณ และได้ดำเนินการสอนให้ประชาชนที่สนใจในเรื่องของการช่วยเหลือวิญญาณที่รบกวน

องค์การยังได้ดำเนินการช่วยเหลือในบ้าน อาคาร และจุดที่มีอุบัติเหตุ

จนถึงวันนี้ องค์การได้ช่วยเหลือวิญญาณที่เป็น :

· เหยื่อของสงครามที่เซกิฮาระ เมื่อครั้งรวมแผ่นดินที่ญี่ปุ่น

· ทหารจีนและเกาหลีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ตลอดจนทหารจีน และชาติอื่นๆที่เป็นเหยื่อของทหารญี่ปุ่นในขณะนั้น

· เหยื่อของระเบิดขีปนาวุธ ตลอดจนวิญญาณจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในพื้นที่อื่นๆของญี่ปุ่น

· เหยื่อของซึนามิ 2 ครั้งใหญ่ในเกาะสุมาตรา และญี่ปุ่น

· เหยื่อของอุบัติเหตุในประวัติศาสตร์ของบางประเทศ เช่น เหยื่อของเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ที่นิวยอร์ค เหยื่อของอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในประเทศบราซิล ในชนเผ่าอินคา และอื่นๆ

· พระเจ้าที่มีอำนาจน้อย และ/หรือ มีความเคียดแค้นบนโลกนี้ (มีพระเจ้ามากมายที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆบนโลกมนุษย์) พระเจ้าบางองค์จากดาวอื่นๆที่มาบนโลกเพื่อรบกวนมนุษย์ ในที่นี้รวมถึงพระเจ้าที่ถูกขังอยู่ในคุกของโลกของพระเจ้าที่ ทากายามะ ประเทศญี่ปุ่น พระเจ้าที่บกวนองค์กรทางศาสนาทั่วโลก และพระเจ้าที่คอยคุ้มครองสถานที่ทางศาสนา เช่น ศาลเจ้า วัด โบสถ์ (ปัจจุบันพระเจ้าที่คอยคุ้มครองสถานที่ทางศาสนาเหล่านี้มีพลังเพื่อช่วยเหลือ คุ้มครองมนุษย์แล้ว)

· หลังจากการทำงานอย่างเต็มกำลังในการช่วยเหลือมนุษย์ และวิญญาณพระเจ้าของราชวงศ์ ฮะคุซัน, จินมุ, อิซุโมะ อันเก่าแก่ และเมื่อ 21 เมษายน ค.ศ. 2011 สมาคมได้ช่วยเหลือ ปัญหาการรบกวนของวิญญาณ ครอบครัวจักรพรรดิ ซึ่งยาวนาน 2,800 ปี

   

องค์กรยังได้สอนการดูแลและรักษาบรรพบุรุษที่ถูกต้อง ปัญหาของครอบครัว หรือปัญหาสุขภาพรวมถึงมะเร็งกระเพาะอาหาร ถูกแก้ไขโดยการดูแลบรรพบุรุษที่ถูกต้อง ปัจจุบัน การถวายอาหารแก่บรรพบุรุษเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องมีตู้บูชาบรรพบุรุษ

การเรียนการสอนจะจัดขึ้น 3 เดือนครั้ง การเรียนการสอนระดับพื้นฐานและระดับกลางจะจัดขึ้นที่ศูนย์ใหญ่ ชั้นเรียนพิเศษจะจัดขึ้นที่ โตเกียว และ โอซาก้า สลับกันส่วนการเรียนการสอนขึ้นสูงสุดจะจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง ที่ศูนย์ใหญ่ ตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี ค.ศ. 2011 องค์กรได้เริ่มการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาพลังจิตใต้สำนึก

คำสอนใหม่ๆและ การเปิดเผยต่างๆโดยตรงจากพระเจ้า ผ่านคุณอุซุมิ ได้เผยแพร่แก่สาธารณชน ผ่านทางการเรียนการสอน จน ณ ตอนนี้สามารถยืนยันหรือแก้ไขคำสอนในอดีตได้

   

“Truth=Law of God” Research Association

Yuki Building, Oodomo-machi 1-12-21, Maebashi-shi, Gunma-ken, Japan Representative: Masao Utsumi or Kinsei Reisui Tel 81-27-896-1546; Fax 81-27-896-1441

E-mail: kinsei-reisui@god-law.com

 

ประสบการณ์

ประสบการณ์ 1

ประสบการณ์ ในการทำโอซาโตชิ (การชี้แนะแก่วิญญาณ)
โจโกะ เทเรซ่า วรากูลศิริพันธุ์

ข้าพเจ้าสรรหาตลอดมาในเรื่องของ “วิธีที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือมนุษย์” และข้าพเจ้าได้ศึกษาในเรื่องของธรรมมะ ศาสนา และเรื่องของลัทธิทางจิตวิญญาณต่างๆ จากทั่วโลก

ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ และฝึกฝน ซูเคียว มะฮิคะริ (ลัทธิทางจิตวิญญาณแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น) มา 22 ปี อย่างตั้งใจ พยายามที่จะช่วยเหลือผู้คน และเผยแพร่คำสอนในประเทศไทย แต่สุดท้ายแล้วข้าพเจ้าก็มีความเห็นว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างทางจิตวิญญาณที่ มะฮิคะริ ไม่สามารถอธิบายได้

และสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าพบสิ่งที่เป็นคำตอบของปริศนาต่างๆทางจิตวิญญาณ ในเดือนเมษายน ปี 2009 พระเจ้าได้ชี้นำให้ข้าพเจ้ารู้จักลัทธิทางจิตวิญญาณอันใหม่ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็คือ ชินริ=คามิโนริ โนะ เคนคิวไก องค์กรทางจิตวิญญาณนี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่ปี 2006 โดย คุณ มาซาโอะ อุซึมิ ซึ้งเคยเป็นสมาชิกของ มะฮิคะริ

คุณ อุซึมิ ได้ศึกษาคำสอนทุกคำสอนของมะฮิคะริและค้นพบวิธีการทำ โอซาโตชิ แก่วิญญาณมนุษย์ (เป็นวิธีที่ชี้แนะให้แก่วิญญาณมนุษย์ที่จะทำให้วิญญาณเหล่านั้น รับรู้ถึงบาปกรรม และสิ่งที่ตนได้ทำผิดพลาดไป และเรียนรู้วิธีที่จะทำให้สิ่งที่ผิดพลาดนั้นได้แก้ไขให้ถูกต้องด้วยการขอโทษต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ และทำให้วิญญาณเหล่านั้นได้รับการช่วยเหลือ) ต่อมาได้มีการพัฒนาให้การทำ โอซาโตชิ สามารถทำได้กับวิญญาณสัตว์ และพระเจ้าที่มีความชั่วร้าย

และเขายังได้รับการเปิดเผยความจริงจากพระเจ้าผู้สร้าง จึงได้ก่อตั้งองค์กรชินริ=คามิโนริ โนะ เคนคิวไกนี้ขึ้นมา

ข้าพเจ้าต้องการที่จะลองวิธีการทำ โอซาโตชิ จึงเข้ามาเป็นสมาชิกของ ชินริ และได้รับ ดีวีดี การสอนของคุณอุซึมิที่ประเทศญี่ปุ่นมาดูที่บ้านด้วย หลังจากนั้นอีกไม่นาน ข้าพเจ้าได้เดินทางไปยังศูนย์ของชินริ ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมในการสอน และเรียนรู้ด้วยตนเองจาก คุณ อูซึมิ

จากนั้น ข้าพเจ้าได้ทำโอซาโตชิให้แก่สมาชิดในครอบครัว ความอัศจรรย์จากการทำโอซาโตชิ มีดังนี้

1. ในตอนแรก ข้าพเจ้าได้ทำโอซาโตชิให้แก่น้องชายของข้าพเจ้า ซึ่งทรมานกับอาการปวดที่คอมาหลายปี และหัวของเขาได้เอียงไปด้านข้างตลอดเวลา หลังจากได้ทำ

โอซาโตชิเพียงครั้งเดียว ความเจ็บปวดของเขาได้หายไป และหัวของเขากลับมาอยู่ที่ตำแหน่งปกติ เขาแปลกใจ และก็ดีใจมาก แล้วเขาก็ตั้งใจที่จะมาเป็นสมาชิกเพื่อที่เรียนรู้การทำโอซาโตชิ

จากการทำโอซาโตชิ วิญญาณซามูไรมากมายได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งน้องชายของข้าพเจ้าได้ตัดศีรษะพวกเขาเมื่อชาติก่อนๆ บางคนถึงกับกลายร่างเป็นงูเพราะความแค้นที่มากมาย และพระเจ้าที่มีความชั่วร้ายก็ได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งพระเจ้าที่มีความชั่วร้ายมีพลังมาก และจะใช้ วิญญาณสัตว์ หรือวิญญาณคน ในการรบกวน ถ้าหากเราช่วยเหลือวิญญาณสัตว์ หรือวิญญาณมนุษย์ทั้งหมดนั่นแล้ว แต่ยังไม่ได้ช่วยเหลือพระเจ้าที่มีความชั่วร้าย การรบกวนก็ยังไม่สิ้นสุด

การรบกวนจากพระเจ้าที่มีความชั่วร้ายไม่ได้เกิดกับมนุษย์ทุกคน

จากคำสอนของคุณ อุซึมิ มีมนุษย์บางคนที่มีวิญญาณพระเจ้าอยู่ในตัว ซึ่งคนอื่นๆก็มีแค่วิญญาณมนุษย์ มนุษย์ที่มีวิญญาณพระเจ้าอยู่ในตัวเราเรียกว่า “บุนคน” มาที่โลกนี้เพื่อชี้นำมนุษย์ พวกเขาบางคนกลายเป็นผู้นำศาสนา ศิลปิน ผู้ปกครองเมือง คุณครู หมอ และอื่นๆอีกมากมาย “บุนคน”มักจะได้รับความทุกข์ทรมานจากวิญญาณพระเจ้า

ข้าพเจ้าได้ทำโอซาโตชิที่กรุงเทพฯให้แก่พี่น้องข้าพเจ้าที่อยู่ประเทศบราซิล เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ่ายแปดหมื่นบาทเพื่อเป็นค่าเครื่องบินไปบราซิลเพื่อช่วยเหลือคนที่อยู่ที่บราซิล ข้าพเจ้าได้เรียกวิญญาณที่ติดอยู่กับพี่น้องของข้าพเจ้าที่อยู่ที่ประเทศบราซิลให้มาหาข้าพเจ้าที่บ้าน และทำโอซาโตชิให้แก่พวกเขา ในขณะที่เราทำโอซาโตชิอยู่นั้น จะมีวิญญาณพระเจ้าคอยช่วยเหลือเรา จึงทำให้สถานที่ที่เราทำโอซาโตชิ เต็มไปด้วยแสงของพระเจ้า

ในขั้นตอนแรก ข้าพเจ้าจะโทรศัพท์ไปหาพี่น้องของข้าพเจ้าเพื่อบอกเรื่องของโอซาโตชิ และหลังจากพวกเขายอมรับ ข้าพเจ้าก็ทำโอซาโตชิให้แก่พี่น้องทีละคน ผลที่ได้น่าอัศจรรย์ยิ่ง

2.น้องชายคนโตของข้าพเจ้า ความดันเลือดของเขากลับมาเป็นปกติ

3.น้องชายคนรอง ที่รับการรักษาทางแพทย์ในเรื่องของความเครียดทางจิต ก็กลับมาเป็นปกติ

4.น้องชายคนที่สาม ได้รับโอกาสต่างๆในงานของเขา และถึงแม้เขาก็ไม่ได้เป็นสมาชิกของมะฮิคะริ แต่ต่อมาทำให้เขาเชื่อเรื่องของจิตวิญญาณ และตอนนี้เขาก็ใส่โอมาโมริ (สิ่งของที่มีความคุ้มครอง) ขององค์กรนี้

5.พี่สาวคนโตของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นคนที่สามารถเห็นและได้ยินเสียงของวิญญาณได้ และสามารถเห็นแสงได้ ในตอนแรก เธอไม่ยอมรับการทำโอซาโตชิ แต่หลังจากที่ฟังผลลัพธ์ที่ดีจากการทำโอซาโตชิ เธอได้อธิษฐานต่อพระเจ้า “ถ้าเรื่องของชินริเป็นเรื่องจริง ขอให้อาการปวดหัวของข้าพเจ้าหายไป” หลังจากนั้นเธอรู้สึกถึงพลังที่เข้ามาในหัวของเธอจากข้างบน และอาการปวดหัวก็หายไปอย่างน่าอัศจรรย์

หลังจากนั้น เธอก็ใส่โอมาโมริเพื่อให้แสง และรู้สึกว่ามีพลังแสงมากกกว่าแค่ใส่โอมิตามะ เธอดูดีวีดีการสอนที่ข้าพเจ้าส่งไปให้ และเธอบอกว่าเขาเห็นรัศมีรอบตัวของคุณ อุซึมิเปล่งประกายสวยงาม และก็เห็นแสงที่สว่างมากอยู่ที่ข้างหลังของ คุณอุซึมิ

6.พี่สาวคนรอง ไม่ได้เป็นสมาชิกของมะฮิคาริ แต่หลังจากได้รับการทำโอซาโตชิ เธอก็เชื่อว่าอาการเจ็บปวดต่างๆมาจากเหตุผลทางจิตวิญญาณ แล้วเธอก็รู้สึกขอบคุณที่ทำให้รู้เรื่องนี้

7.น้องสาวคนโต รู้สึกว่าตัวของเธอหนักมากแม้แต่ตอนเช้า แต่หลังจากการทำโอซาโตชิ เธอก็รู้สึกว่าตัวเบาขึ้นมาก ตลอดวัน และยังมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับเธออีกมากมาย

8.น้องสาวคนรอง ซึ่งเป็นสมาชิกของมะฮิคาริ ขอให้ข้าพเจ้าทำโอซาโตชิให้แก่สามีของเธอ เธอมีปัญหาในเรื่องของเงิน และสามีของเธอก็เป็นคนที่ขี้กลัว กลัวผู้คน และพูดจาเสียงดัง หลังจากที่ได้ทำโอซาโตชิแล้ว เขาก็กลายเป็นคนที่สงบมากขึ้น น้องสาวของข้าพเจ้าก็ได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้นด้วย

9.น้องสาวคนที่สาม ซึ่งเป็นโรค ออทิสติก แม่ของข้าพเจ้าบอกว่า น้องสาวคนนี้มีอาการสงบมากขึ้น นอกจากโอซาโตชิ คุณอุซึมิ ได้พัฒนาวิธีการทำให้พัฒนาคนด้วย เช่น “แก้ไขอดีตชาติ” และ “วิธีพูดคุยในมิติที่สูงกว่า” ดังนั้นข้าพเจ้าจึงหวังว่าอาการของน้องสาวข้าพเจ้าจะดีขึ้นด้วยวิธีนี้

ปัจจุบัน ข้าพเจ้าได้รับคำขอให้ทำโอซาโตชิจากบราซิลผ่านทางน้องสาวข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ได้ศึกษาชินริต่อไป เพราะมีอะไรให้เรียนรู้อีกมากมาย ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณพระเจ้ามากๆสำหรับการจัดการต่างๆ และความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้น

ยังมีความจริงใหม่ๆอีกมากมายจากพระเจ้าในทุกๆการสอนแต่ละครั้ง

ข้าพเจ้าเชื่อจากใจจริงว่าชินริสามารถเปลี่ยนโลกแห่งจิตวิญญาณของประเทศไทยและของทั่วโลกได้

   

ประสบการณ์ 2

ดิฉันรู้จักชินริได้อย่างไร

Andrea Santos de Almeida

ดิฉันชื่อ Andrea ดิฉันอาศัยอยู่ที่ประเทศบราซิล พื้นเพทางศาสนาของดิฉันคือ ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ดิฉันเคยมีความเชื่อว่าพระเจ้าคือต้นกำเนิดของทุกสิ่ง แต่ก็มีหลายคำถามที่อยู่ในใจ เช่น ชีวิตของเราหลังความตายจะเป็นอย่างไร เราจะได้มีโอกาสพบบุคคลที่เรารักหลังเสียชีวิตหรือไม่ หรือ บาปกรรมมีจริงหรือ

โชคดีเป็นอย่างมากที่ดิฉันได้ค้นพบคำตอบของคำถามเหล่านี้จากหนังสือเกี่ยวกับเรื่องจิตวิญญาณของ Allan Kardec ดิฉันได้อ่านหนังสือทั้งหมดของเขา โดยเฉพาะ หนังสือที่ชื่อว่า The Book of Spirits ที่ดิฉันได้อ่านสองรอบเพื่อหาเหตุผลเกี่ยวกับ ความบังเอิญของชีวิต ดิฉันสามารถเข้าใจเนื้อหาของคัมภีร์ไบเบิ้ลได้หลังจากอ่านหนังสือของเขา ที่ชื่อว่า Preaching of Bible according to Spiritualism

ดิฉันเคยค้นพบคำตอบของคำถามเหล่านั้น แต่ไม่เพียงพอ ดิฉันอยากเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของจิตวิญญาณ เพราะดิฉันคิดว่าลึกๆแล้ว หน้าที่ของดิฉันคือการช่วยเหลือผู้อื่น แม้ดิฉันจะไม่ทราบว่าควรทำอย่างไร

ดิฉันก็ยังอ่านหนังสือทางจิตวิญญาณของนักจิตวิญญาณชาวบราซิลชื่อ Chico Xavier เพื่อที่จะเข้าใจโลกที่ใหญ่กว่ารอบๆตัวเรา

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตประจำวันของดิฉันค่อยๆยุ่งมากขึ้น จนดิฉันลืมเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าไปอย่างไม่รู้ตัว

จนวันหนึ่งเมื่อปลายปี 2010 ดิฉันตื่นขึ้นมาปกติ แต่อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา ดิฉันกรีดร้องเสียงดังเพื่อให้สามีมาช่วยดิฉันเนื่องจากดิฉันไม่มีแรงที่จะเคลื่อนไหว และมีความรู้สึกปวดท้องมาก ตัวของดิฉันสั่นมากราวกับว่ามีใครสาดน้ำเย็นมาที่ร่างกาย ดิฉันภาวนาในใจว่า “พระเจ้าช่วยดิฉันด้วย ดิฉันไม่อยากตาย” ขณะที่ดิฉันไม่สามารถขยับตัวได้นั้นดิฉันมีความรู้สึกว่าความดันได้ลดลงเกือบเท่ากับศูนย์ ดิฉันไม่สามารถแม้แต่ที่จะยกมือขึ้น หรือพูด

เหตุการณ์ที่น่ากลัวนี้เกิดขึ้นอีกครั้งในหลายวันต่อมา ทุกๆครั้งจะเกิดเป็นเวลาประมาณสามสิบนาที แต่สำหรับดิฉันแล้วนั้น รู้สึกว่ามันนานมากเหลือเกิน วันหนึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่ดิฉันกำลังเดินอยู่ จนดิฉันถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอและพยาบาลได้ตรวจหลายอย่างกับดิฉัน แต่ผลที่ออกมาคือไม่มีอะไรที่น่าผิดปกติ และวินิจฉัยว่าดิฉันมี การรบกวนจากความกังวล และความเครียด

การรักษาด้วยยาในครั้งนั้น ทำให้ดิฉันง่วงซึม ดิฉันไม่สามารถขยับร่างกายได้ ดิฉันได้แต่นอนหลับตลอดเวลา ลูกสาวดิฉันเป็นห่วงอาการของดิฉันมาก แต่ละครั้งมันเป็นประสบการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว และทรมานมาก หลังจากเกิดอาการ ดิฉันทำได้แค่เพียงนอนทั้งวันโดยไม่ทานอาหาร และรู้สึกคลื่นไส้ตลอดเวลา ดิฉันน้ำหนักลดลงไปสี่กิโลกรัม การที่สูญเสียน้ำหนักไปสี่กิโลกรัมมีผลกระทบมากกับคนที่สูง 157 เซนติเมตร และหนักเพียง 47 กิโลกรัม เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว ดิฉันมีเหตุการณ์เลวร้ายเก้าครั้ง และคุณหมอต้องการที่จะรักษาดิฉัน

ดิฉันลาหยุดงาน 23 วัน และกลับมาทำงานหลังจากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล อารการของโรคของดิฉันดีขึ้น แต่ยังมีอาการอยู่อย่างต่อเนื่อง หมอของดิฉันได้เปลี่ยนยาที่ใช้รักษา ทำให้การรักษามีการพัฒนาที่ช้าลง

หลังจากที่ดิฉันกลับไปทำงานได้ไม่นาน เพื่อนร่วมงานของดิฉันได้เข้ามาหาดิฉันพร้อมกับเสนอแนวทางการช่วยเหลือที่หายขาด เธอบอกดิฉันว่า พี่สาวของเธอที่อาศัยอยู่ที่ประเทศไทยได้ฝึกฝนสิ่งใหม่ๆ และเธอยังได้บอกดิฉันเกี่ยวกับเรื่ององค์กรทางศาสนา นามว่า “ชินริ” และวิธีการทางจิตวิญญาณ “โอซาโตชิ” เพื่อแก้ปัญหาหลายๆอย่างรวมถึงปัญหาทางสุขภาพด้วย เธอได้บอกให้ดิฉันเขียนอีเมลล์ไปขอการรับ โอซาโตชิ จากพี่สาวของเธอ ดิฉันทำตามคำแนะนำ และได้ส่งอีเมลล์ไปหาพี่สาวของเธอ นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ดิฉันได้รู้จักเธอ โจโกะ เทเรซ่า

เธอเป็นคนน่ารัก เธอเป็นห่วงทุกคน และช่วยเหลือทุกคนด้วยใจจริง แม้เธอจะไม่รู้จักบุคคลคนนั้นก็ตาม ช่างเป็นคนที่ใจดีและโอบอ้อมอารีเหลือเกิน

เธอได้อธิบายให้ดิฉันฟังถึงสาเหตุของปัญหาทางสุขภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากบาปกรรมในอดีตชาติ และปัญหาสุขภาพจิตก็เกี่ยวข้องการเรื่องของจิตวิญญาณ เธอได้ทำ โอซาโตชิ ให้ดิฉันในทันที และได้ปฏิกริยาที่รุนแรง คือมีอาการมึนอย่างรุนแรง และปวดหัวในระยะสั้น

แต่โอซาโตชิในครั้งเดียวนั้นไม่พอเพราะมีวิญญาณที่รบกวนดิฉันมากมาย ดังนั้นดิฉันจึงได้รับโอซาโตชิอย่างต่อเนื่อง แต่ละครั้งนั้นจะมีปฏิกริยาบางอย่าง ดิฉันรู้สึกแปลกๆเช่น อยู่ๆก็เจ็บขึ้นมา หรือคันที่ผิวหนัง หรือแม้กระทั้งสะดุดล้ม ดิฉันจึงคิดว่าเธอกำลังทำ โอซาโตชิ ให้ดิฉันอยู่

หลังจากนั้นหนึ่งเดือน ดิฉันไม่มีปัญหาให้กังวล มันจบแล้วและดิฉันรู้สึกแข็งแรงมากกว่าเดิม และกลับมามีศรัทธาในพระเจ้าอีกครั้ง

พลังแรงกายของฉันกลับมา ประสาทสัมผัสของดิฉันก็เพิ่มขึ้น และดิฉันได้เริ่มให้แสง(การฝึกฝนทางด้านจิตวิญญาณโดยใส่เข็มกลัดคุ้มครองที่เรียว่า โอมาโมริ และยกฝ่ามือขึ้นมาเพื่อปล่อยแสงทางจิตวิญญาณจากฝ่ามือ) แก่ตนเอง ซึ่งได้ผลอย่างน่ามหัศจรรย์ ดิฉันได้พบคำตอบของคำถามมากมายที่ดิฉันเคยสงสัย

สามเดือนในการพบผลของการทำ โอซาโตชิ และการรับแสงผ่านไป ขณะนั้นดิฉันได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กร ชินริ ดิฉันสามารถที่จะทำ โอซาโตชิ เพื่อช่วยเหลือวิญญาณมนุษย์ที่มีความอาฆาตแค้น และดิฉันกำลังเรียนรู้เพื่อที่จะช่วยเหลือวิญญาณพระเจ้าเช่นกัน ทำให้ดิฉันสามารถที่จะช่วยเหลือคนอื่นๆ และสามารถที่จะยกระดับทางจิตวิญญาณของตนเองให้สูงขึ้น

นอกจากนั้น ดิฉันสามารถหลุดพ้นจากอาการที่หมุนคอไปทางขวาไม่ได้ และจะมีอาการเจ็บตลอดที่มีมาร่วมยี่สิบปีโดยผ่านทาง ชินริ อาการเหล่านั้นได้หายไปหมดแล้ว

สิ่งที่ดึงดูดใจดิฉันในองค์กรนี้คือ การเรียนรู้ที่จะสำนึกในบุญคุณต่อพระเจ้าผู้สร้าง ต่อพระแม่มารีย์ ต่อพระเยซู ต่อบรรพบุรุษ ต่อวิญญาณที่ปกป้อง และต่อพระเจ้าทั้งหลาย ตลอดจนการสำนึกผิดและขออภัยต่อต่อบาปกรรมของเรา

ดิฉันมีความสุขมากที่รู้ว่าพระแม่มารีย์ดูแลเราตลอดเวลา และพระเจ้าผู้สูงสุด(พระเจ้าผู้สร้าง) อยู่กับเราเพื่อคอยแนะนำเราตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น มีวิญญาณมากมายที่มองหาความช่วยเหลือ และเราสามารถช่วยพวกเขาได้จากการทำ โอซาโตชิ การช่วยเหลือพวกเขาเป็นการรับใช้พระเจ้า และเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นอีกด้วย

มันดูสวยงามมากเมื่อส่วนท้ายของการทำ โอซาโตชิ คุณโจโกะจะเขียนว่า “ทุกคนได้รับการช่วยเหลือ และขึ้นสวรรค์แล้ว” มันน่ามหัศจรรย์มากในการรับใช้พระเจ้าเพื่อที่จะทำให้มนุษย์และวิญญาณทั้งหลายได้รับแสงของ

พระเจ้า การให้อภัยและความช่วยเหลือจากพระเจ้าผู้สร้างนั้นเป็นจริง

การทำโอซาโตชิสำหรับดิฉันแล้วคือการช่วยเหลือวิญญาณ การพิสูจน์ว่าโลกจิตวิญญาณนั้นและแสงศักดิ์สิทธิ์มีอยู่จริง ความปารศจากโรคภัยและความทรมาน การได้รับโอกาสในการให้อภัย โอกาสในการได้รับความเห็นใจ เป็นการกระทำที่ดีและการรู้สึกขอบคุณ และความเป็นไปได้ที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่น และการพบเพื่อนแท้

ดิฉันรู้สึกโชคดีที่รู้จักคุณ คุณโจโกะ

   

ประสบการณ์ 3

ประสบการณ์ในการเดินตามวิถีของ
Shinri =Kaminori no Kenkyukyuukai

Ranjna Jindal

1. ดิฉันได้รู้จักองค์กรนาม ซูเคียว มาฮิคาริ องค์กรทางจิตวิญญาณในปี ค.ศ.1996 และได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในปี ค.ศ.1998 ดิฉันได้ฝึกฝนด้วยความตั้งใจและจริงใจมามากกว่า 11 ปี และได้ประสบกับปาฏิหารย์อันศักดิ์สิทธิ์มากมายที่เกิดขึ้นกับตัวดิฉัน และคนอื่นที่ดิฉันได้พยายามที่จะช่วยเหลือด้วยการฝึกฝนของ มาฮิคาริ อย่างไรก็ตามก็ยังมีคำถามที่เกิดขึ้นมากมายในใจดิฉันซึ่งดิฉันไม่สามารถหาคำตอบได้จากคำสอนของ มาฮิคาริ

หลังจากนั้นบางสิ่งบางอย่างได้เกิดขึ้นเมื่อกรกฎาคมปีค.ศ.2009 ซึ่งเปลี่ยนชีวิตดิฉันจาก ซูเคียว มาฮิคาริ มาเป็นวิถีทางจิตวิญญาณวิถีใหม่ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ขณะที่ดิฉันกำลังดูโทรทัศน์อยู่ในคืนนั้น ดิฉันมีอาการวิงเวียนอย่างรุนแรง ซึ่งมีอาการเวียนหัวรุนแรงฉับพลันที่เกิดจากการที่สารเคมีในหูชั้นในเคลื่อนที่หรือไม่เท่ากันทั้งสองข้าง ณ ไม่กี่วินาทีตอนนั้น มันรู้สึกเหมือนผนังของห้องได้กลับหัวลงมาหรือตัวดิฉันได้ล้มลงไป มันเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวที่สุดของดิฉัน ในขณะที่ตะโกนขอความช่วยเหลือและสามีของดิฉันคลอยผ่อนคลายดิฉัน แต่ดิฉันรู้สึกเหมือนจะตกจากเตียงลงสู่พื้นตลอดเวลา ดิฉันรู้สึกแย่ตลอดทั้งคืนจนอยากหมุนหัวไปทางตรงข้ามกับหมอน

เมื่อรอให้ใกล้ถึงเวลาแปดโมงครึ่งในเช้าวันถัดมา ดิฉันพยายามติดต่อเพื่อนสมาชิก มาฮิคาริ และผู้ดูแลกลุ่มของดิฉัน แต่ไม่เป็นผล แม้แต่ความตั้งใจที่จะโทรไปหาศูนย์มาฮิคาริกรุงเทพมหานครก็ยังไม่เป็นผล ขณะนั้นดิฉันจำได้ว่า ดิฉันมีเบอร์โทรศัพท์ของผู้นำศูนย์เก่า ดร.เทเรซ่า ดังนั้นดิฉันจึงหาเบอร์โทรของเธอ และโทรไปหาเธอ โชคดีมากที่เธอรับโทรศัพท์ และหลังจากที่ฟังอาการของดิฉัน เธอก็ได้บอกให้ดิฉันกลับไปพักผ่อนรอเธอโทรกลับมาหา หลังจากนั้นสิบห้านาทีเธอก็โทรมาถามอาการของดิฉัน ดิฉันลืมตาอย่างช้าๆ ไม่มีอาการมึนหัว และดิฉันพยายามหมุนหัวจากทางหนึ่งไปอีกทางหนึ่งก็ยังไม่มีอาการมึนหัวเลย ดิฉันลุกขึ้นนั่งบนเตียง และสุดท้ายพยายามที่จะลุกเดินด้วยตัวเองโดยปราศจากอาการวิงเวียนที่ดิฉันมีเมื่อคืน

ในตอนนั้นดิฉันเข้าใจว่าเป็นผลจากวิธีของมาฮิคาริที่เธอได้ทำให้ดิฉัน แต่เย็นวันนั้นเธอได้โทรหาดิฉันอีกครั้งและอธิบายบางอย่างที่ดิฉันไม่เคยได้ยินจาก ซูเคียว มาฮิคาริเลยตลอดเวลาสิบเอ็ดปีที่ดิฉันได้ฝึกฝนมา ในตอนนั้นดิฉันรู้สึกงงและกลัว หลังจากนั้นสองอาทิตย์ อาการมึนหัวได้กลับมาบางครั้งด้วยอาการที่รุนแรง และเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ.2009 เธอได้มาที่บ้านของดิฉันและแนะนำวิถีทางจิตวิญญาณใหม่ Shinri = Kaminori no Kenkyuukai (ชินริ) องค์กรนี้ถูกตั้งขึ้นมาโดนคุณ มาซาโอะ อุซุมิ ซึ่งเคยเป็นสมาชิกของ ซูเคียว มาฮิคาริด้วย

วิธีการของ ชินริ นั้น มีความคล้ายคลึงกับ มาฮิคาริ แต่มีความแตกต่างใหญ่ๆอยู่หลายประการ ดิฉันคิดหนักเรื่องการเปลี่ยนจากซูเคียว มาฮิคาริ มาเป็น ชินริ แต่อย่างไรก็ตามในตอนนั้นดิฉันได้รับความช่วยเหลือจากชินริ ไม่ใช่ซูเคียว

มาฮิคาริ ดังนั้นดิฉันจึงตัดสินใจมาเป็นสมาชิกของชินริ และสวมสร้อยคุ้มครองที่เรียกว่า โอมาโมริ ไว้ที่คอ และได้สวมสร้อยของมาฮิคาริเช่นเดียวกัน แต่สุดท้ายดิฉันได้ลองที่จะสวมแค่สร้อยคุ้มครองของชินริเท่านั้น และทำตามคำสอนของ ชินริ

หลังจากนั้นสี่ถึงห้าเดือนอาการวิงเวียนของดิฉันก็ค่อยๆหายไปทีละน้อย และในทุกๆครั้งที่ดิฉันมีอาการนั้น ไม่ว่าดิฉันจะโทรหาเธอ เพื่อให้เธอทำ โอซาโตชิ(วิธีการที่แนะนำวิญญาณที่ติดอยู่กับเราและรบกวนเราให้รับรู้ถึงบาปกรรมและความผิดพลาดของพวกเขา และให้เรียนรู้วิธีที่จะแก้ไขสิ่งเหล่านั้นโดยการขออภัยอย่างจริงใจต่อพระเจ้า และช่วยเหลือวิญญาณพวกนั้น ดังนั้นบุคคลที่โดนวิญญาณเหล่านั้นรบกวนอยู่ ก็จะรู้สึกดีขึ้น) ให้ดิฉัน หรือดิฉันทำ โอซาโตชิ ให้ตนเอง ผลที่ออกมานั้นเป็นไปในทางที่ดีทั้งนั้น

ทำให้ดิฉันรู้สึกมั่นใจในการฝึกฝนชินริมากขึ้น ดิฉันค่อยๆบอกคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องของชินริ บุคคลแรกที่ดิฉันได้แนะนำนั้นคือนักเรียนของดิฉันเอง Pura Mildred Garcia de Bullen ซึ่งเป็นชาวเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นนักเรียนที่ดิฉันได้แนะนำให้เข้าร่วมกับซูเคียว มาฮิคาริในก่อนหน้านี้ ซึ่งเธอพึ่งเป็นสมาชิกขิงซุเคียว มาฮิคาริได้ไม่นาน ในตอนแรกดิฉันไม่ได้บอกเธอว่าดิฉันได้เปลี่ยนมาใส่สร้อยของชินริ นั่นคือโอมาโมริ และได้ให้แสงแก่เธอในลักษณะเดียวกันกับการให้แสงของมาฮิคาริ เมื่อดิฉันถามเธอว่ารู้สึกอะไรเปลี่ยนไปไหม เธอตอบว่าแสงของดิฉันแรงกว่าเดิม ทำให้ดิฉันมีความมั่นใจในชินริมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้เข้าน่วมเป็นสมาชิกชินริเช่นเดียวกัน

ในประสบการณ์ใหม่ต่างๆที่ได้รับจากการฝึกฝน ชินริ สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ค่อนข้างที่จะมหัศจรรย์

2. ในเดือนพฤศจิกายน ปีค.ศ.2009 ศาสตราจารย์หนึ่งในเพื่อนร่วมงานของดิฉัน ดร. Bunlur Emaruchi ได้มาหาดิฉันที่ที่ทำงานเพื่อมารับแสง เขาได้บอกดิฉันว่าเขามี ซีสต์ที่คอด้านหน้าซ้าย และหลังจากตรวจหามะเร็ง ปรากฎได้ผลว่าเป็นบวก เขาได้นัดผ่าตัดเพื่อเอาซีสต์นั้นออกในอีกสัปดาห์ ดิฉันได้อธิบายให้เขาฟังว่าดิฉันได้เปลี่ยนวิถีทางจิตวิญญาณจาก มาฮิคาริ มาเป็นชินริเรียบร้อยแล้วแต่ยังสามารถให้แสงบริเวณคอของเขาเป็นเวลาสิบนาที และเขาได้ถามในทันทีว่าเขาจะมาเป็นสมาชิกชินริได้อย่างไร กระบวนการที่จะมาเป็นสมาชิกนั้นง่ายและเร็วกว่าของ มาฮิคาริมาก ดิฉันได้ขอให้เขาเข้าร่วมชินริซึ่งเขาตอบตกลงในทันที

ในสัปดาห์ต่อมา เขาได้รับการผ่าตัดเอาซีสต์ออกจากคอ แพทย์ของเขาก็ต้องตกใจเมื่อตรวจพบว่า การตรวจหามะเร็งนั้นได้ผลเป็นลบ ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเป็นการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าที่ประทานให้เขา

ดิฉันเชื่ออย่างใจจริงว่า วิถีทางจิตวิญญาณนี้ สามารถเปลี่ยนโลกวิญญาณของประเทศไทย และทั่วโลกได้

   

ประสบการณ์ 4

ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมจากความช่วยเหลือของ ชินริ

Elisa Mie Nishikito

ถึงท่านผู้อ่านทุกท่าน

ดิฉันอยากจะเล่าให้ทุกท่านฟังถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของดิฉันตั้งแต่ได้มาพบกับองค์กร ชินริ ความจริง=กฎของพระเจ้า

ดิฉันเป็นชาวบราซิลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเกือบสิบปีแล้ว

ประมาณหนึ่งปีครึ่งก่อนหน้านี้ ดิฉันได้ประสบกับปัญหาในชีวิต ดิฉันประสบปัญหาเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวและที่ทำงาน ดิฉันยังมีปัญหาทางด้านการเงิน และสมาชิกในครอบครัวยังป่วยอีกด้วย ถึงแม้ว่าดิฉันจะพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่ปํยหานั้นมีมากเหลือเกิน จนดิฉันไม่รู้เลยว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหนดี

ดิฉันจะเล่าถึงประวัติของดิฉันสั้นๆ ดิฉันเกิดและเติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลางในประเทศบราซิล โชคดีที่ดิฉันเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น และมีความห่วงใยกัน ดิฉันจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซาเปาโล มหาวิทยาลัยที่มีความน่าเชื่อแห่งหนึ่งในประเทศบราซิล ดิฉันได้ศึกษาต่อในต่างประเทศจนจบปริญญาเอก ดิฉันคิดว่าตัวดิฉันเป็นคนที่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความั่นคง ดิฉันเชื่อในความจริงใจ ความพยายาม และความซื่อสัตย์ในการทำงาน ดิฉันยังรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ให้โอกาสดิฉันได้อาศัยและทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น และแคนาดา ชีวิตของดิฉันประสบความสำเร็จตลอดมา ซึ่งดิฉันเชื่อว่าดิฉันได้รับสิ่งเหล่านั้นมาจากการตั้งใจทำงานและอุทิศตนเพื่องานของดิฉัน แต่อย่างไรก็ตาม ชีวิตของดิฉันกลับพลิกผันอย่างฉับพลัน

ในขณะนั้น ดิฉันที่ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจและอารมณ์ ได้เริ่มต้นอ่านหนังสือเกี่ยวกับศาสนาต่างๆ รวมถึงศาสนาพุทธ คริสต์ และลัทธิทางจิตวิญญาณ โดยหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยเหลือดิฉันให้เข้าใจถึงสาเหตุความโชคร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของดิฉัน และช่วยให้ดิฉันผ่อนคลายขึ้น ถึงแม้ว่าผลจากการอ่านทั้งหมดนั้นจะสอนดิฉันเรื่อง “การยอมรับ” “ความอดทน” และ “บทเรียน” ที่เราต้องเรียนรู้จากความโชคร้ายเหล่านั้น แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของดิฉันอย่างเป็นรูปธรรม

หลังจากนั้นดิฉันได้รู้จักกับองค์กรที่ชื่อว่า “ชินริ” ความจริง=กฎของพระเจ้า ผ่านทางเพื่อนที่สนิทและเป็นที่ปรึกษาได้คนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามด้วยความสงสัยในตอนแรก ทำให้ดิฉันลังเลที่จะขอรับ โอซาโตชิ (การฝึกฝนทางจิตวิญญาณในชินริเพื่อที่จะแก้ปัญหาต่างๆโดยเฉพาะปัญหาสุขภาพ) ดิฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าบทสวดบางบทซึ่งช่วยเหลือวิญญาณที่รบกวนมนุษย์ให้ขึ้นสวรรค์ได้นั้นจะแก้ปัญหาของดิฉันได้ แต่หลังจากพิจารณาอยู่สักระยะหนึ่ง ก็ได้ขอให้เพื่อนดิฉันทำ โอซาโตชิ ให้แก่ดิฉัน โดยคิดว่าถึงแม้ว่าถ้าการทำโอซาโตชิไม่ได้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ก็อาจจะทำให้จิตใจดิฉันสงบขึ้นมาบ้าง

แต่ผลของการทำโอซาโตชิครั้งแรกให้ผลอย่างน่ามหัศจรรย์ วันหนึ่งดิฉันได้ตื่นมาโดยรู้สึกว่าร่างกายเบามาก เหมือนกับของหนักๆบางอย่างได้ถูกยกออกไปจากตัวดิฉัน ดิฉันรู้สึกมีความหวัง และรู้ว่าจะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับดิฉันแน่นอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในทันที แต่ความรู้สึกที่ถูกยกระดับนั้นกระตุ้นให้ดิฉันขอรับการทำโอซาโตชิเป็นประจำ หลังจากนั้นสามถึงหกเดือนหลังจากการทำโอซาโตชิครั้งแรกของดิฉัน การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นไปในทางบวกได้เกิดขึ้นกับดิฉัน ดิฉันรู้สึกได้ถึงความสงบในครอบครัว ได้รับการเสนอให้ทำงานใหม่และผลตอบแทนดี(ถึงแม้ว่าดิฉันจะไม่ได้เริ่มต้นที่จะหางานทำ) และสมาชิกในครอบครัวของฉันที่ป่วยอยู่นั้น ก็ดีขึ้นและสามารถควบคุมอาการของโรคได้ ท้ายที่สุด ดิฉันพบว่าสถานะทางการเงินของครอบครัวของดิฉันก็ดีขึ้นด้วย ดิฉันรู้สึกมีความสุขกับการแนะนำการทำ โอซาโตชิ ให้เพื่อนๆและคนรู้จัก จนถึงขณะนี้ ทุกคนที่ได้รับ โอซาโตชิ ได้รับความเมตตาจากพระเจ้าในการช่วยเหลือต่างๆ

ดิฉันรู้สึกขอบคุณพระเจ้าและองค์กรชินริสำหรับความช่วยเหลือที่พวกเขาได้ช่วยดิฉัน ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีผู้คนรู้จักองค์กรที่น่าอัศจรรย์นี้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ พวกเขาจะได้พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่อย่างที่ดิฉันทำได้ และได้รับความสุขที่พวกเราเสาะหาในชีวิตนี้

พระเจ้าผู้สร้างทุกสรรพสิ่งในจักรวาล, พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง, ผู้ให้กำเนิดทุกสิ่ง ขอบพระคุณมากค่ะ

   

ประสบการณ์ 5

ประสบการณ์ของข้าพเจ้าเกี่ยวกับ ชินริ

Pura Garcia de Bullen

ข้าพเจ้าชื่อ Pura Garcia de Bullen มาจากประเทศเวเนซูเอล่า ในปี ค.ศ.2008 ข้าพเจ้าได้ พบกับ ดร. เทเรซ่า จากการแนะนำของ ดร. Ranjana Jindal ซึ่งเป็นคนที่แนะนำให้ข้าพเจ้าได้รู้จัก กับวิถีทางจิตวิญญาณ นามว่า ซูเคียว มาฮิคาริ ที่เธอเคยได้ฝึกฝนที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ในขณะนั้น ข้าพเจ้าได้ทุกข์ทรมานกับอาการป่วยทางร่างกายที่เรียกว่า coccygodynia หรือ coccydynia ที่ทำให้รู้สึกเจ็บที่บริเวณกระดูกก้นกบ ซึ่งข้าพเจ้ามีอาการนี้มาสี่เดือนแล้ว

ข้าพเจ้าไม่สามารถนั่งท่าเดิมได้เกินห้านาที การเปลี่ยนท่านั่งนั้นเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัว การเปลี่ยนท่านอนยิ่งเป็นเวลาที่ยาวนาน และการที่ต้องนั่งในเครื่องบินเป็นเวลาหลายชั่วโมงนั้น เป็นฝันร้ายอย่างยิ่ง

ในสี่ปีที่ผ่านมานั้น ข้าพเจ้าได้ทดลองอยู่หลายวิธี จากวิธีที่ง่ายๆธรรมดา เช่น การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การบำบัดด้วยน้ำร้อน กายภาพบำบัด การฉายอุลตร้าซาวน์ ไปจนถึง วิธีที่ีุนแรง เช่น การฉีดสารสเตียรอยด์ เนื่องจากข้าพเจ้าพบว่าการฉีดสารสเตียรอยด์นั้น มี ประสิทธิภาพสูง ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจฉีดต่อ แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นสองปีให้หลัง ระยะ การคงอยู่ของผลจากการฉีด สารสเตียรอยด์ นั้นค่อยๆลดลง จากหนึ่งปีเป็นหกถึงเจ็ดเดือน จน เหลือเป็นสามถึงสี่เดือนเท่านั้น

ข้าพเจ้ารู้สึกสิ้นหวังในการหาวิธีการรักษาอื่นที่จะสามารถทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกผ่อนคลายจากอาการปวดได้มากกว่าสองถึงสามเดือนขึ้นไป ข้าพเจ้าได้รับแสงจากศูนย์มาฮิคาริอยู่บ่อยครั้ง แต่นั่นมันไม่พอ จากนั้นข้าพเจ้าได้ยินมาจาก ศ.Jindal ว่า ดร.เทเรซ่ากำลังฝึกฝนสิ่งใหม่อยู่ และ ถามข้าพเจ้าว่าอยากลองดูไหม ข้าพเจ้าจึงตอบตกลง ดร.เทเรซ่าได้ค้นพบ ชินริ ในขณะที่ ฝึกฝน มาฮิคาริอยู่ หลังจากที่มีความศรัทธา ในชินริมากขึ้น เธอก็ได้ออกจากการเป็นสมาชิกของ มาฮิคาริ และเธอได้เริ่มต้นการทำ โอซาโตชิ (การฝึกฝนทางจิตวิญญาณของชินริ) เพื่อเป็น การชี้แนะวิญญาณที่ติดอยู่กับตัวเรา และเป็นสาเหตุของอาการบาดเจ็บ อาการทุกข์ทรมานต่างๆ ในชีวิตเรา

ปัญหาของข้าพเจ้าดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณ ดังนั้นข้าพเจ้าจึงตัดสินใจที่จะรับ แสงจาก ดร.เทเรซ่า อยู่หลายครั้งตลอดจนขอร้องให้เธอทำ โอซาโตชิ ให้แก่ข้าพเจ้า

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทั่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะขออภัยต่อบุคคลที่ข้าพเจ้าทำกรรมไว้ในอดีตชาติ ในขณะที่ข้าพเจ้าได้รับแสง และได้รับโอซาโตชิอย่างต่อเนื่องนั้น อาการปวดของข้าพเจ้าก็ได้ ทุเลาลง และหลังจาดนั้นอักเก้าเดือน ข้าพเจ้าหายก็หายขาดจากอาการปวดนั้น ตอนนี้ก็เป็นเวลา สิบเดือนแล้ว ที่ข้าพเจ้าไม่มีอาการปวดที่กระดูกก้นกบอีกเลย ข้าพเจ้าเชื่อสนิทใจว่าการรับแสง จากชินริ การทำบุญเพื่อขอการทำโอซาโตชิ และการขออภัยต่อวิญญาณที่ข้าพเจ้าได้ทำผิดไว้ ในอดีตชาติ เป็นผลให้ข้าพเจ้าไม่มีอาการปวดที่กระดูกก้นกบอีกเลย

ข้าพเจ้าได้มาเป็นสมาชิกชินริทันทีหลังจาก ศ.Jindal ได้แนะนำข้าพเจ้าในปี ค.ศ.2009 ตอนนี้ข้าพเจ้าสามารถฝึกฝนการทำโอซาโตชิได้แล้ว ข้าพเจ้ากำลังย้ายไปอยู่ที่ ประเทศสหรัฐ อเมริกา ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้าพเจ้าจะได้พบกับกับคนที่สามารถมาเป็นสมาชิกชินริ และ ช่วยกันเผยแพร่คำสอนของชินริที่นั่น

ผู้สร้างทุกสรรพสิ่งในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล, พระเจ้าผู้สูงสุดแห่งแสง, ผู้ให้กำเนิด ทุก สรรพสิ่ง, ขอบพระคุณมากค่ะ

   

การปฏิบัติ

การปฏิบัติ 1

วิธีการปรับคลื่นให้ตรงกับพระเจ้า

เมื่อไหรก็ตามที่เรารู้สึกกลัวบางสิ่งบางอย่าง รู้สึกหดหู่ หรือมีความรู้สึกแย่ ให้เรากล่าวประโยคต่อไปนี้สามครั้ง แสงของพระเจ้าผู้สร้างจะส่องลงมาที่คุณ หลังจากนั้นเราจะรู้สึกดีขึ้น

“พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล ขอบคุณมากๆครับ/ค่ะ”

ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่เพียงพอ ขอให้กล่าวคำอธิษฐานต่อไปนี้

   

การปฏิบัติ 2

คำอธิษฐานต่อพระเจ้า

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล ได้โปรดประทานอภัยต่อบาปกรรม ความหม่นหมองที่สะสมในวิญญาณ และร่างกายของพวกเรา ได้โปรดชี้แนะและทำให้พวกเราเป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาลได้โปรดประทานการอภัย และชำระล้างพวกเรา คุ้มครองพวกเรา และทำให้พวกเราเป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้

(กล่าวซ้ำสามครั้ง)

   

การปฏิบัติ 3

คำอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือวิญญาณ

1. พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล ได้โปรดประทานอภัยต่อบาปกรรม ความหม่นหมองของวิญญาณที่กำลังรบกวนหรือติดอยุ่กับ(ชื่อบุคคล)

ได้โปรดชี้แนะและทำให้พวกเขาเป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาลได้โปรดประทานการอภัย และชำระล้างพวกเขา คุ้มครองพวกเขา และทำให้พวกเขาเป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้

(กล่าวซ้ำสามครั้ง)

2. พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล ได้โปรดประทานอภัยต่อบาปกรรม ความหม่นหมองของวิญญาณที่กำลังรบกวนหรือติดอยุ่กับ(ชื่อบุคคล)

และได้โปรดประทานพลังแก่พวกเขาให้สามารถอ่านข้อความบนโอมาโมรินี้ได้

ได้โปรดชี้แนะและทำให้พวกเขาเป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาลได้โปรดประทานการอภัย และชำระล้างพวกเขา คุ้มครองพวกเขา และทำให้พวกเขาเป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้

   

การปฏิบัติ 4

คำอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อบรรเทาปัญหาต่างๆ

1. สำหรับตัวเราเอง

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง, พระเจ้าผู้สร้างทุกสรรพสิ่งในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล, ผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่าง

ได้โปรดช่วยแก้ไขปัญหา(ทางด้านร่างกาย การเงิน ความสัมพันธ์ ฯลฯ) ของข้าพเจ้า (ชื่อ)

และ ได้โปรดชี้แนะและทำให้ข้าพเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง, พระเจ้าผู้สร้างทุกสรรพสิ่งในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล, ผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่าง

ได้โปรดประทานการอภัย และชำระล้างข้าพเจ้า คุ้มครองข้าพเจ้า และทำให้ข้าพเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้

2. สำหรับผู้อื่น

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง, พระเจ้าผู้สร้างทุกสรรพสิ่งในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล, ผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่าง

ได้โปรดช่วยแก้ไขปัญหา(ทางด้านร่างกาย การเงิน ความสัมพันธ์ ฯลฯ) ของ (ชื่อ)

และ ได้โปรดชี้แนะและทำให้(เขา/เธอ)เป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง, พระเจ้าผู้สร้างทุกสรรพสิ่งในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล, ผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่าง

ได้โปรดประทานการอภัย และชำระล้าง(เขา/เธอ) คุ้มครอง(เขา/เธอ) และทำให้(เขา/เธอ)เป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้

   

การปฏิบัติ 5

คำอธิษฐานในตอนเช้าและก่อนนอนแก่พระเจ้าสำหรับสมาชิกชินริ

ในตอนเช้า:

● พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล ขอบพระคุณมากครับ/ค่ะ (กล่าวซ้ำ สามครั้ง)

● อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะ! ขอบพระคุณพระเจ้าที่ได้ประทานความคุ้มครอง การชี้แนะ และการจัดการต่างๆให้แก่ข้าพเจ้า และครอบครัวของข้าพเจ้า และให้ข้าพเจ้าเป็นผู้เผยแพร่ ชินริ และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

● ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐานอย่างจริงใจว่าวันนี้ข้าพเจ้าก็สามารถรับใช้พระเจ้าได้เช่นกัน

● ได้โปรดประทานความคุ้มครองและการชี้แนะแก่ข้าพเจ้าในเรื่อง ..... (ขึ้นอยู่กับคุณ เช่น สุขภาพที่ดีขึ้น, ความสุข สะดวกสบาย ฯลฯ) เพื่อที่ข้าพเจ้าจะได้รับใช้พระเจ้าได้มากขึ้น

● พระเจ้าทั้งหลายที่ทำหน้าที่ให้กับ ชินริ พระเจ้าของข้าพเจ้า วิญญาณปกป้อง วิญญาณชี้แนะและวิญญาณของบรรพบุรุษของข้าพเจ้า อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะ! ขอบพระคุณสำหรับความคุ้มครอง การชี้เแนะ และการจัดการต่างๆ ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ที่พระเจ้าได้มอบหมายให้แก่ข้าพเจ้าในฐานะมนุษย์บนโลกนี้

● ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า (สมาชิกในครอบครัว, เพื่อน, เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ) และบรรพบุรุษ ขอบพระคุณมากครับ/ค่ะ

● กล่าวคำอธิษฐานต่อพระเจ้า (กล่าวซ้ำสามครั้ง)

   

คำอธิษฐานต่อพระเจ้า:
พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล ได้โปรดประทานอภัยต่อบาปกรรม ความหม่นหมองที่สะสมในวิญญาณ และร่างกายของพวกเรา
และได้โปรดชี้แนะและทำให้พวกเราเป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้
พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล ได้โปรดประทานการอภัย และชำระล้างพวกเรา คุ้มครองพวกเรา และทำให้พวกเราเป็นบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และมีระดับจิตวิญญาณที่สูง ที่สามารถรับใช้พระเจ้าได้

ในตอนกลางคืน:

●พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล ขอบพระคุณมากครับ/ค่ะ (กล่าวซ้ำ สามครั้ง)

● ขอบพระคุณพระเจ้าที่ได้ประทานความคุ้มครอง การชี้แนะ และการจัดการต่างๆให้แก่ข้าพเจ้า และครอบครัวของข้าพเจ้า และให้ข้าพเจ้าเป็นผู้เผยแพร่ ชินริ และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

● ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐานอย่างใจจริงว่าพรุ่งนี้จะได้รับใช้พระเจ้ามากขึ้น

● พระเจ้าทั้งหลายที่ทำหน้าที่ให้กับ ชินริ พระเจ้าของข้าพเจ้า วิญญาณปกป้อง วิญญาณชี้แนะ และวิญญาณของบรรพบุรุษของข้าพเจ้า ขอบพระคุณสำหรับความคุ้มครอง การชี้เแนะ และการจัดการต่างๆ ในวันนี้

● ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า (สมาชิกในครอบครัว, เพื่อน, เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ) และบรรพบุรุษ ขอบพระคุณมากครับ/ค่ะสำหรับการช่วยเหลือที่ล้ำค่า

● ราตรีสวัสดิ์

(คำอธิษฐานก่อนนอน เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่คุณทำ คุณได้พัฒนาขึ้นหรือไม่ คุณพอใจกับ การรับใช้พระเจ้าในวันนี้หรือไม่ ถ้าคุณทำไม่ดีกับใครบางคนไว้ ให้ขอประทานอภัยจากพระเจ้า และให้คิดว่าจะพัฒนาตนเองได้อย่างไร วิธีนี้ คุณจะสามารถพัฒนา และยกระดับตนเองได้มากขึ้น

   

การปฏิบัติ 6

ตัวอย่างการขออภัยต่อพระเจ้า

เมื่อเราต้องการอธิษฐานขออภัย เราจะอธิษฐานตามขั้นตอนดังนี้

1. คำขออภัยและคำอธิษฐานต่อ พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล
ข้าพเจ้าได้รับความทุกข์จาก . . . . . ตั้งแต่ . . . . . เนื่องจากข้าพเจ้ามีร่างกาย ข้าพเจ้าไม่สามารถจำชีวิตในอดีตได้ แต่แน่นอนว่าข้าพเจ้าได้กระทำสิ่งที่ผิดต่อผู้คนหลายๆคนในอดีต ข้าพเจ้าต้องขออภัยเป็นอย่างสูง โปรดประทานอภัยให้แก่ข้าพเจ้าที่ได้กระทำสิ่งที่ผิดไป
ได้โปรดอนุญาติให้ข้าพเจ้าได้ใช้ร่างกายนี้อย่างมีคุณค่าและใช้เพื่อ พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ด้วยกันกับพวกเขา เพื่อเผยแพร่ ความจริง=กฏของพระเจ้า ไปทั่วโลก

2. คำขออภัยต่อวิญญาณที่ติดอยู่กับเรา

สำหรับวิญญาณที่ติดอยู่กับข้าพเจ้า เนื่องจากข้าพเจ้ามีร่างกาย ข้าพเจ้าไม่สามารถจำเรื่องที่ข้าพเจ้าได้ทำในอดีตได้ แต่ การที่ข้าพเจ้าได้รับความทุกข์จาก . . . . . . ตั้งแต่ . . . . . นั่นหมายถึงข้าพเจ้าได้กระทำสิ่งที่ผิดในอดีต
ข้าพเจ้าขออภัย และโปรดยกโทษให้ข้าพเจ้าด้วย
ข้าพเจ้าขออธิษฐานให้คุณได้รับการอภัยจากพระเจ้าในเร็ววัน และได้รับอนุญาตให้ยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้นเพื่อรับใช้ พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง บนสวรรค์ เพื่อการเผยแพร่ ความจริง=กฏของพระเจ้า ไปทั่วโลก

3. คำอธิษฐานต่อ พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง เพื่อช่วยเหลือวิญญาณ

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล
ได้โปรดประทานอภัยแก่บาปกรรมที่วิญญาณที่ติดอยู่กับข้าพเจ้าได้ทำไว้ และได้โปรดอนุญาตให้พวกเขาได้รับแสง และได้มีสถานที่ฝึกฝนในโลกวิญญาณอีกครั้ง
และได้โปรดให้พวกเขาได้รับอนุญาตให้ยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้นเพื่อรับใช้ พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง บนสวรรค์ เพื่อการเผยแพร่ ความจริง=กฏของพระเจ้าไปทั่วโลก

   

การปฏิบัติ 7

การฝึกฝนการขอบคุณ

___ ขอบคุณครับ/ค่ะ

___ ขอบคุณมากครับ/ค่ะ

___ ขอบคุณจริงๆครับ/ค่ะ

___: คือชื่อของสามี, ภรรยา, ลูก, พ่อ, แม่, พี่, น้อง, ครู, หัวหน้า, เพื่อน ฯลฯ ของคุณ

กล่าวคำขอบคุณทั้ง 3 ให้แก่คนหนึ่งคน

สำหรับ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อแม่ ลูกๆ ให้เรากล่าวว่า ขอบคุณให้ทั้งสองคนในหนึ่งครั้ง

ตัวอย่างเช่น “คุณพ่อ คุณแม่ ขอบคุณครับ/ค่ะ” “สมชาย สมศรี ขอบคุณ”

ลองกล่าวขอบคุณวันละสิบคน

   

การฝึกฝนอื่นๆในการขอบคุณ

ในการสร้างครอบครัวที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ภรรยาต้องปฏิบัติเป็นตัวอย่างกล่าวคำว่า ขอบคุณ ให้แก่สามี ลูกๆ และคนอื่นๆที่คุณรู้จัก

ความสุขที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิดขึ้น จะเกิดขึ้นกับคุณ

1. สำหรับสามี ให้กล่าวว่า “ขอบคุณที่ทำงานหนักเพื่อเรา” ในทุกๆโอกาส จะทำให้สามีของคุณมีกำลังใจที่จะทำงานหนักเพื่อภรรยาและลูกๆที่รักแม้แต่ในเวลาที่ยากลำบาก

2. สำหรับลูก ให้กล่าวว่า “___ (ชื่อของลูก) ขอบคุณที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อและแม่ พ่อกับแม่มีความสุขมาก” ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
และถ้ากล่าวขอบคุณในทุกๆโอกาส ลูกของคุณจะรักคุณ และเติบโตเป็นคนที่ดีมากๆ

3. สำหรับพ่อแม่ของคุณ กล่าวคำว่า “ขอบคุณที่ให้กำเนิดฉัน” และสำหรับพ่อแม่ของสามีกล่าวว่า “ขอบคุณที่ให้กำเนิด ___ (ชื่อสามีของคุณ)” พวกเขาจะมีวามสุขมากๆ และความสัมพันธ์กับพวกเขาจะเพิ่มมากขึ้น

4. สามีของคุณก็สามารถพูด “ขอบคุณที่ให้กำเนิดผม” แก่พ่อแม่ของเขาได้ และก็สามารถพูดว่า “ขอบคุณที่ให้กำเนิด ___ (ชื่อของคุณ)” แก่พ่อแม่ของคุณได้เช่นกัน พ่อแม่ของคุณจะมีความสุขมาก และสามีของคุณจะมีความสัมพันธ์กับพวกเขาเพิ่มมากขึ้นด้วย

   

การปฏิบัติ 8

การถวายอาหารให้บรรพบุรุษ

ก่อนที่จะกินข้าว เตรียมอาหารสำหรับ 1 คน ใส่จานเล็กกว่าของตนเองและใส่อาหารที่ตนเองจะรับประทาน
เวลาถวายอาหาร ถวายเหล้าไปด้วย
สถานที่ที่ถวายคือบนโต๊ะอาหาร หรือชั้นวางของต่างๆที่สะอาด
ถ้าอยู่ข้างนอกบ้าน(ร้านอาหาร บ้านเพื่อน) ถวายบนโต๊ะที่เรากินข้าวอยู่

วิธีกล่าวอธิษฐาน

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล
ต่อไปนี้ขออนุญาตถวายอาหารกับบรรพบุรุษของ .................. (ชื่อสามีและภรรยา)โปรดอนุญาตให้ทุกวิญญาณของบรรพบุรุษที่อยากรับประทานอาหารได้รับประทานอาหารด้วยรวมทั้งวิญญาณของบรรพบุรุษที่ชดใช้บาปกรรมอยู่ในนรก
บรรพบุรุษทั้งหลายของ ................. (ชื่อสามีและภรรยา) อาหารได้เตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วกรุณารับประทานอาหารด้วยกัน
กราบ 1 ครั้ง

เวลาเก็บอาหาร

หลัง15นาทีเก็บอาหาร อย่าให้อยู่นานๆ เพราะบรรพบุรุษไม่ชอบ
ประนมมือและบอกกับบรรพบุรุษว่า “ขออนุญาตเก็บอาหาร” และเก็บอาหาร

   

คำสอน

   

คำสอน 1

คำสอนของ ชินริ = คามิโนริ คืออะไร
(ความจริง = กฏของพระเจ้า)

คำสอนของ ชินริ=คามิโนริ เป็นคำสอนที่สอนให้เรารู้วิธีที่จะทำให้วิญญาณพระเจ้าและเหล่ามนุษย์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยมีครอบครัวที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล มีความปราถนาอย่างมากในการที่จะทำให้ทุกพระเจ้ามีความสุข
และ มนุษย์ทุกคนก็มีความสุขด้วย
วิธีที่จะทำให้มีความสุขมากๆได้นั้นได้ปรากฏอยู่ในรายละเอียดในคำสอนของ ชินริ=คามิโนริโนะ เคนคิวไก
ไม่มีข้อยกเว้นใน ชินริ
และวิธีนี้ง่ายต่อการฝึกฝน และวิธีนี้ใช้ได้เหมือนกันในโลกพระเจ้า และโลกมนุษย์
คำสอนใดที่บอกว่าคุณจะไม่มีความสุขกับครอบครัว นั่นไม่ใช่ ชินริ
ดังนั้นไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ครอบครัวคุณก็จะเปี่ยมไปด้วยความสุข และคุณก็จะใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขทุกวัน
คำสอนของ ชินริ=คามิโนริ นั้นง่ายต่อการฝึกฝน และเห็นผลจากการฝึกฝนทันที ดังนั้นจงฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ
ถ้าคุณแค่เรียนรู้อย่างเดียวโดยไม่ได้ฝึกฝน ผลนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น
พระเจ้าได้กล่าวไว้ว่า การที่เราไม่ฝึกฝนสิ่งที่เราได้เรียนรู้มา เป็นบาปอย่างหนัก
“ใครทำให้พระเจ้าพอใจ ก็จะได้รับความเจริญ ใครที่ไม่ทำอย่างนั้น ก็จะได้รับความเสื่อม มันเป็นกฏพื้นฐาน คุณคิดหรือเปล่าว่า สิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้ ทำให้พระเจ้าพอใจหรือเปล่า?”
ข้อความดังกล่าวข้างต้นนี้มีพลังทางจิตวิญญาณที่หนักแน่นมาก วิญญาณพระเจ้าหรือวิญญาณมนุษย์ที่รอบกวนเรา จะกลัวเมื่อเห็นข้อความนี้
น่าเสียใจที่มีวิญญาณพระเจ้า และวิญญาณมนุษย์ที่โกรธแค้นเรา มาติดกับตัวเรา ทำให้เกิดโรคภัย ความยากจน การทะเลาะกัน และอื่นๆ
โดยชี้นำวิญญาณพระเจ้าที่มีความโกรธแค้นนี้ ให้ยกระดับจิตวิญญาณขึ้น (ทำให้ตัวตนของพระเจ้ากลับมา) ชี้นำวิญญาณมนุษย์ และสัตว์ให้ขึ้นสวรรค์ การรบกวนก็จะหายไป ความเจ็บปวดทางร่างกายของมนุษย์ก็จะดีขึ้น และโชคชะตาก็จะดีขึ้น
เราสามารถเรียนรู้วิธีดังกล่าวที่ไม่เคยมีในโลกนี้มาก่อน ในห้องเรียนของชินริ=คามิโนริโนะ เคนคิวไก เราสามารถชี้นำและช่วยเหลือวิญญาณที่รบกวนคนอื่น และสามารถช่วยคนอื่นให้มีโชคชะตาที่ดีขึ้น ผลที่ได้ก็คือ การสะสมบุญ การยกระดับจิตวิญญาณ และการมีชีวิตที่ดีขึ้นของเราเอง
นี่คือคำสอนของ ชินริ=คามิโนริ

   

คำสอน 2

จุดมุ่งหมายหมายของ ชินริ=คามิโนริ โนะ เคนคิวไก
( สมาคม การวิจัย ความเป็นจริง= กฏของพระเจ้า)

ชินริ= คามิโนริ โนะ เคนคิวไก ก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่ให้โลกรู้ในเรื่องของความเป็นจริง= กฏของพระเจ้า วิธีการที่จะฝึกฝนในโลกวิญญาณเพื่ออนุญาตให้วิญญาณที่อยู่ในนรกให้ขึ้นสวรรค์ได้ทันที และเพื่อการใช้คำว่าขอบคุณ อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นคำที่สำคัญยิ่งในการที่จะสร้างครอบครัวที่มีแต่ความสุข และยังเป็นการเผยแพร่ความจริงที่ว่า ถ้าเราศรัทธาต่อพระเจ้า และถ้าเรามาช่วยทำให้พลังทางจิตวิญญาณของพระเจ้าฟื้นกลับมา เราจะได้รับความคุ้มครองที่ดี และเราสามารถมีชีวิตอยู่ด้วยสุขภาพที่ดีและความสุขที่เปี่ยมล้น

เคนคิวไกนี้ คือสมาคมที่ติดต่อโดยตรงกับพระเจ้า โดยที่สมาชิกทุกคนจะพัฒนาชะตากรรมของพวกเขา และลูกหลานของพวกเขาจะสามารถเจริญรุ่งเรืองได้ไม่สิ้นสุด เพราะว่าเป็นการติดต่อโดยตรงกับ พระเจ้า ปราศจากอคติกับทุกศาสนาในโลก และเป็นผู้นำในการชี้แนะให้ทุกศาสนาช่วยทำให้พลังทางจิตวิญญาณของพระเจ้าในแต่ละศาสนานั้นฟื้นกลับมา

ในการที่จะทำให้แผนการของ พระเจ้า สำเร็จนั้น สมาคมได้เป็นผู้นำในการหาบุคคลที่ พระเจ้า ได้คัดเลือกไว้จากทั่วโลกเมื่อสามพันปีที่แล้ว และชี้แนะให้พวกเขาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ และเป็นผู้ช่วยในการฟื้นฟูพลังทางจิตวิญญาณของศาสนาต่างๆ โดยการแนะนำคำสอนของ ชินริ= คามิโนริช่วยผู้ที่นับถือศาสนานั้นๆ และทำให้พวกเขาเข้าร่วมในการชำระล้างโลก และชำระล้างวิญญาณที่อยู่บนโลกนี้อย่างสมบูรณ์ (100%) โดยการช่วยเหลือวิญญาณชั่วร้าย และวิญญาณพระเจ้าชั่วร้ายต่าง ที่เป็นสาเหตุของการที่เราไม่มีความสุข และมีความทุกข์ทรมานต่างๆ

ในขณะเดียวกัน ก็มีอีกเป้าหมายหนึ่งคืออธิบายแก่นแท้ที่ซ่อนอยู่ในคำสอนของ พระเจ้า ให้แจ่มแจ้ง (เฉพาะคนที่ศึกษาอย่างลึกซึ้งในคำสอนของพระเจ้า เท่านั้นที่สามารถเข้าใจได้)

คำสอนของทุกศาสนาทั่วโลกที่ปรากฎอยู่ทุกวันนี้เป็นคำสอนของพระเจ้า อะมัทซึ ที่เป็นลูกหลานของพระเจ้าผู้สร้างและอยู่ลำดับที่ต่ำกว่า พระเจ้า 24 ขั้น

แต่คำสอนของ ชินริ= คามิโนริ ได้ถูกวางแผนไว้เมื่อสามพันปีที่แล้ว และเปิดเผยออกมาในเวลานี้ เป็นคำสอนที่มาจาก พระเจ้า โดยตรง

   

คำสอน 3

หลักสิบข้อของ ชินริ=คามิโนริ

1. พระเจ้ามาก่อนอันดับแรกในทุกสถานการณ์

ใครทำให้พระเจ้าพอใจ ก็จะได้รับความเจริญ ใครที่ไม่ทำอย่างนั้น ก็จะได้รับความเสื่อม นี่คือกฏพื้นฐาน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มาฝึกฝนโดยให้พระเจ้าเป็นอันดับแรกกันเถอะ เพราะเราอยู่ได้ด้วยพลังของพระเจ้า

2. คุณไม่สามารถตัดสินได้ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด และไม่สามารถเลือกเองได้

พระเจ้าคือผู้ลบบาปกรรมของเราให้เรามีความสุขขมากขึ้น อย่าใช้ความรู้ของมนุษย์ และอย่าตัดสินอะไรด้วยตาของตัวเอง

3. ปล่อยให้พระเจ้าจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง

สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในโลกของเรา เป็นผลมาจากแผนการของพระเจ้า
เพื่อชำระล้างบาปกรรมของเรา และนำความสุขมาให้เรา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้ยอมรับมัน

4. การเชื่อมั่นในความถูกต้องมากเกินไปจะเป็นอันตราย

พระเจ้าได้มอบประสบการณ์ที่โหดร้ายให้แก่มนุษย์ เพราะมันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อชำระล้างบาปกรรมของมนุษย์
การเชื่อมั่นในความถูกต้องของสังคมมนุษย์ไม่สามารถช่วยเหลือคนได้ และมันจะทำให้คุณได้รับบาปกรรมของเขาแทน
มาปฏิบัติตนตามหลักของ ชินริ (ความจริง) กันเถอะ

5. ความรักของแม่ที่มากเกินจำเป็นก็จะเป็นอันตราย

การปกป้องที่มากเกินไปหรือการที่เราตามใจเด็กหรือคนที่อ่อนแอ ไม่ใช่ความรักที่แท้จริง แต่ถ้าให้พวกเขาได้รับประสบการณ์ที่จำเป็นด้วยตนเองตามการจัดการของพระเจ้า(แผนการของพระเจ้า) พวกเราจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรง

6. การถือตัวและความอวดดีจะไม่นำมาซึ่งความก้าวหน้า

คุณไม่ได้ประสบความสำเร็จโดยกำลังของคุณเอง แต่มันประสบความสำเร็จเพราะ พระเจ้าและการจัดการและความคุ้มครองจากวิญญาณปกป้องของคุณ อย่าเข้าใจผิด

7. ละทิ้งความหยิ่งยโส

กุญแจที่จะไขปัญหาต่างๆนั่นง่ายมาก ที่คุณรู้สึกว่ามันยุ่งยากซับซ้อนก็เพราะความหยิ่งยโส และความถือตัวของคุณ อย่าลืมที่จะถ่อมตัว และเชื่อฟัง

8. รู้สึกขอบคุณสำหรับทุกอย่าง

พระเจ้าได้จัดการสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่ดีที่ให้คุณในเวลานี้ แทนที่จะพูดว่า“แค่นี้เองเหรอ” คุณต้องพูดว่า “นี่มันมากเกินกว่าที่ฉันควรจะได้รับ” และรู้สึกขอบคุณจากใจจริง ถ้าปฏิบัติดังนี้ พระเจ้าจะต้องการทำอะไรให้คุณมากกว่านี้

9. มีใจที่จะให้อภัยต่อทุกสิ่ง

คนไม่ดีนั้นถูกพระเจ้าใช้ คนเหล่านี้มีอยู่เพราะพวกเขาจำเป็นต่อการเติบโตของคุณในเวลานี้ โปรดคิดว่าวิญญาณที่ได้รับการยกระดับและบริสุทธิ์แล้วนั้นควรปฏิบัติตนอย่างไร

10. เผยแพร่ชินริแก่ผู้อื่น

เราควรจะช่วยสร้างสวรรค์บนโลกนี้ คุณได้รับโอกาสที่ค่าในการรู้วิธีทางสู่ความสุข มาเผยแพร่ ชินริ=คามิโนริให้แก่ผู้คน ให้มากเท่าที่จะมากได้

มาทำให้สิบข้อดังกล่าวมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และปฏิบัติตามหลักสิบข้ออย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่คนรอบข้าง

วันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 2008 ชินริ=คามิโนริโนะ เคนคิวไก

หมายเหตุ : พระเจ้าหมายถึงพระเจ้าผู้สร้าง ,ชินริ=คามิโนริหมายถึง ความจริง=กฏของพระเจ้า

   

คำสอน 4

หลักสิบข้อของ
ชินริ=คามิโนริ(ความจริง=กฏของพระเจ้า)เพื่อการฝึกฝน

1. คุณต้องเผยแพร่ ชินริ=คามิโนริโดยตัวคุณริเริ่มเอง อย่ารอโอกาสจากผู้อื่น
2. คุณต้องจริงจังในการเผยแพร่ชินริ=คามิโนริอย่าอยู่เฉยๆ
3. คุณต้องตั้งเป้าหมายไว้สูงๆในการเผยแพร่ ชินริ=คามิโนริการตั้งเป้าหมายไว้ต่ำจะจำกัดคุณ
4. ตั้งเป้าหมายไว้ที่ “บุคคลที่ยาก” เพื่อฝึกฝนตนเองและทำมันให้สำเร็จ เป็นสิ่งสอดคล้องกับ ชินริ
5. หลังจากได้รับโอกาส อย่าปล่อยให้หลุดมือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จนกว่าเป้าหมายของคุณจะสำเร็จ
6. ดึงผู้คนรอบตัวคุณแทนที่จะถูกดึง จะสร้างความแตกต่างได้อย่างมากในระยะยาว
7. ต้องมีการวางแผน การวางแผนระยะยาวทำให้เกิดความพยายาม การหาวิธีทางต่างๆ ความอดทน และความหวัง
8. มีความมั่นใจ เพราะถ้าคุณไม่มีความมั่นใจแล้ว จะไม่มีพลัง ไม่มีความตั้งใจ และคำพูดของคุณก็จะไม่มีน้ำหนัก
9. ให้สมองของคุณทำงานอย่างรวดเร็วเสมอๆ ตื่นตัวตลอดเวลา
10. อย่ากลัวปัญหา ปัญหาคือสิ่งที่ทำให้เราพัฒนา และกระตือรือร้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณพยายามหนีปัญหา คุณจะห่างจากชินริ

   

คำสอน 5

คำอธิบายเกี่ยวกับบุนคง (จิตวิญญาณส่วนหนึ่งของพระเจ้า)

มนุษย์เรามีสองประเภท หนึ่งคือมนุษย์ที่มีจิตวิญญาณธรรมดา และสองคือมนุษย์ที่มีจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของพระเจ้า (ที่เรียกว่า บุนคง ในภาษาญี่ปุ่น)

ความรู้ของการมีอยู่ของบุนคงไม่มีมาก่อน แต่พึ่งได้รับการค้นพบเมื่อไม่นานมาโดยคุณ มาซาโอะ อูซึมิ เขาค้นพบในขณะที่ได้ทำการช่วยเหลือวิญญาณที่รบกวนมนุษย์ตลอดระยะเวลาสามสิบปีที่ผ่านมา

(ในทางจิตวิญญาณนั้น มีการอ้างอิงถึงกลุ่มคนที่มีความพิเศษที่เรียกว่า กลุ่มคนอินดิโก้ คือกลุ่มคนที่มีรัศมีสีน้ำเงินคราม พวกเขาคือกลุ่มคนที่มีสัมผัสทางด้านจิตวิญญาณ มีรายงานว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นตลอดมา ดังนั้น มันหมายถึงการมีอยู่ของบุนคง)

เมื่อพระเจ้าผู้สร้างได้สร้างโลกของเราขึ้นมา เขายังได้สร้างพระเจ้า 48 องค์ เพื่อที่จะดูแลรับผิดชอบแต่โลกของเรา พระเจ้าเหล่านี้ได้สร้างสิ่งมีชีวิต สิ่งของต่างๆ และพัฒนาโลกของเรา

ตามที่คุณอูซึมิได้กล่าวไว้ พระเจ้าทั้ง 48 องค์นี้ได้ส้รางพระเจ้าเพิ่มขึ้น ที่ได้ให้กำเนิดพระเจ้าองค์อื่นๆ ท้ายที่สุดแล้ว จำนวนของพระเจ้านั้นมากกว่าประชากรของโลกเราถึงสองเท่า

พระเจ้าบางองค์ได้แบ่งจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของพระองค์ไว้ที่ร่างกายมนุษย์ เพื่อที่มนุษย์นั้นจะได้ฉลาดพอที่จะสามารถพัฒนาตนเองได้ พระเจ้าที่ใส่จิตวิญญาณของตนในมนุษย์นั้น เราเรียกว่า ฮนไต ในภาษาญี่ปุ่น (พระเจ้าผู้ให้กำเนิด)

หลังจากนั้น พระเจ้าระดับที่สูงกว่าได้สร้างจิตวิญญาณของมนุษย์ขึ้นมา และใส่ในร่างกายมนุษย์ ดังนั้นมนุษย์ช่วงแรกจึงเกิดมาโดยมีความคิดเชื่องช้า (พร้อมกับโรคดาวน์ซินโดรม) เพราะยังไม่มีความรู้ในจิตวิญญาณนั้น แต่หลังจากได้รับการเกิดใหม่หลายครั้ง พวกเขาบางคนได้พัฒนาจนฉลาดเท่าบุนคง

ทุกวันนี้ ประมาณร้อยละ 2 ของจำนวนประชากรเท่านั้นที่เป็นบุนคง บุนคงเหล่านี้ได้มายังโลกเพื่อชี้แนะมนุษย์ พวกเขาเป็น แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้นำทางศาสนา ผู้นำบริษัท ครู ศิลปิน นักร้อง และอื่นๆอีกมากมาย แต่เราไม่สามารถแยกแยะแค่ในการมองได้ว่าพวกเขาเป็นบุนคงหรือไม่ เราจะสามารถรู้ได้ผ่านทางการทำโอซาโตชิเท่านั้น (การฝึกฝนทางจิตวิญญาณในชินริเพื่อที่จะสื่อสารกับวิญญาณที่คอยรบกวน) บุนคงนั้นมักจะถูกรบกวนจากพระเจ้า

ปกติแล้วในช่วงเวลาของสงคราม บุนคงจะเป็นผู้นำที่มีหน้าที่ฆ่าคนหลายๆคน จึงมีบาปกรรมสะสมมากกว่ามนุษย์ทั่วไป ดังนั้นบุนคงบางคนจึงมีชะตากรรมที่ลำบากในชาตินี้เพื่อชดใช้บาปกรรมที่พวกเขาได้ก่อไว้

นอกจากบาปกรรมในอดีตชาติแล้ว บุนคงยังได้รับความทุข์ทรมานมากกว่ามนุษย์ทั่วไปจากการรบกวนจากพระเจ้า

ทำไมพระเจ้าถึงรบกวนบุนคง?

สิ่งที่พระเจ้าผู้สร้างคาดไม่ถึงก็คือ ไม่ใช่พระเจ้าที่ถูกสร้างโดยพระเจ้าองค์อื่นทั้งหมดเติบโตอย่างปกติ มีพลังปกติ

ที่จริงแล้วจำนวนของพระเจ้าที่เติบโตอย่างปกตินั้นมีน้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วพระเจ้าปกตินั้นไม่มีพลังมากพอ ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ เพราะพระเจ้าองค์หนึ่งได้ให้กำเนิดพระเจ้าจำนวนมาก ไม่สามารถให้ความรู้ทั่วถึงได้

ปกติแล้วพระเจ้าจะมีขนาดตัวที่ใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์ ดูอายุน้อย และมีเสน่ห์ดึงดูด (มีหน้าตาที่ดี) แต่ถ้าพวกเขาไม่ได้รับการศึกษาที่ดี พวกเขาจะมีขนาดตัวที่เล็กและไม่มีเสน่ห์ดึงดูด หน้าตาไม่ดี และพวกเขาจะไม่มีพลังอำนาจเลย พวกเขาไม่สามารถแบ่งจิตวิญญาณของตนให้มนุษย์ เหมือนพระเจ้าที่เติบโตสมบูรณ์ได้

พระเจ้าองค์เล็กๆเหล่านี้ได้สร้างปัญหาหลายอย่าง เพราะขาดความรู้ และพลังอำนาจ ปัญหาในเรื่องของสงครามและการแข่งขันต่างๆเกิดขึ้นเพราะพวกเขา พวกเขายังรู้สึกอิจฉาต่อพระเจ้าที่มีพลังอำนาจ และเติบโตสมบูรณ์ แต่เนื่องจากไม่สามารถทำอะไรพระเจ้าที่มีพลังอำนาจได้ พวกเขาจึงมารบกวนบุนคงของพระเจ้าเหล่านั้นแทน

บุนคงนั้นส่วนใหญ่จะฉลาด และมีความสามารถสูง และพวกเขายังมีบุคลิดภาพที่ดี แต่อย่างไรก็ตามจากเหตุผลดังกล่าวไว้ข้างต้น ทำให้บุนคงได้รับความทุกข์ทรมานมากกว่ามนุษย์ทั่วไป

บุนคงบางคนได้รับความทุกข์ทรมานตั้งแต่เด็ก

สาเหตุของการรบกวนที่เกิดขึ้นจากพระเจ้าองค์เล็กๆต่อบุนคงมีดังนี้

· ถ้าพระเจ้าที่รบกวนเป็นเพื่อนในวัยเด็กของฮนไตของบุนคงที่ได้รับความทุกข์ทรมาน พระเจ้าที่รบกวนเหล่านี้อันตรายมากที่สุด เพราะพยายามที่จะเอาชีวิตของบุนคงนั้น ด้วยเหตุผลที่ง่ายๆคือ ฮนไตเหล่านี้จะอยู่กับบุนคงเพื่อคอยดูแลช่วยเหลือ ดังนั้นพระเจ้าที่รบกวนจะรู้สึกเหงา และอยากให้ฮนไตนี้กลับมาอยู่เป็นเพื่อนอีกครั้ง ซึ่งเป็นไปได้ทางเดียวคือบุนคงต้องไม่มีชีวิตอยู่ พระเจ้าที่รบกวนเหล่านี้จะรบกวนบุนคงในเรื่องของสุขภาพและทำให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆ

· พระเจ้าองค์เล็กๆอยากจะเป็นเพื่อนกับฮนไต แต่ฮนไตมักจะไม่สนใจพระเจ้าเหล่านี้ จึงมีความเคียดแค้นต่อฮนไตนั้น ปกติแล้วพระเจ้าองค์เล็กๆเหล่านี้จะเข้าหาพระเจ้าที่มีพลังอำนาจซึ่งเป็นเพศตรงข้าม ทำให้สามีหรือภรรยาของพระเจ้าองค์เล็กๆนั้นมีความเคียดแค้น จึงเริ่มที่จะรบกวนบุนคง และชีวิตแต่งงานของบุนคงด้วย ทำให้เกิดการหย่าได้ง่าย พวกนี้ยังรบกวนบุนคงในการหาคู่ชีวิตด้วย หรืออาจจะทำให้บุนคงเหล่านั้นกลายเป็นคนรักร่วมเพศ

· ถ้าพระเจ้าองค์เล็กๆนั้นมีอาการอิจฉาฮนไต พวกเขาจะรบกวนบุนคงในทางด้านการเงิน ทางด้านอาชีพ สติปัญญา และความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและเจ้านาย ทำให้บุนคงนั้นไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต

การทำโอซาโตชิสามารถทำให้พระเจ้าองค์เล็กๆเหล่านั้น เติบโตและมีเสน่ห์ได้ โดยการให้พวกเขาแก้ไขการรบกวนและสิ่งที่ทำให้บุนคงได้รับความทุกข์ทรมาน หลังจากนั้นพระเจ้าองค์เล็กๆเหล่านั้นจะมีพลังอำนาจ สามารถรับใช้พระเจ้าผู้สร้าง และสามารถมีบุนคงได้ และบุนคงก็จะมีเพิ่มมากขึ้นบนโลก (คุณอูซึมิได้กล่าวไว้ว่า ปัจจุบันมีทารกที่เป็นบุนคงเพิ่มมากขึ้น มีหน้าตาที่ดูฉลาดหลักแหลม)

สำหรับมนุษย์ทั่วไป วิญญาณมนุษย์ที่มีความเคียดแค้นจะได้รับการช่วยเหลือจากการทำโอซาโตชิเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับบุนคงแล้วนั้น ต้องอาศัยการทำโอซาโตชิที่เป็นทางการเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เพราะว่าพระเจ้าเข้ามารบกวนเพิ่มมากขึ้นและจะนำวิญญาณมนุษย์มารบกวนบุนคงด้วย

ในการทำโอซาโตชิแต่ละครั้งนั้น ระดับทางจิตวิญญาณของบุคคลคนนั้นจะถูกยกระดับให้สูงขึ้น เพราะบุคคลคนนั้นได้ทำการช่วยเหลือพระเจ้าและวิญญาณมนุษย์จำนวนมากมายจากการทำโอซาโตชิ ถ้าระดับทางจิตวิญญาณสูงขึ้น บุคคลคนนั้นจะมีการรบกวนทางจิตวิญญาณน้อยลง

ในขณะเดียวกัน ถ้าบุคคลคนนั้นกล่าวถึงเรื่องโอซาโตชิให้แก่บุคคลคนอื่นฟัง บุคคลที่เล่าจะมีระดับจิตวิญญาณที่สูงขึ้นจากการช่วยเหลือให้ผู้อื่นหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานและได้พบเจอกับความสุข

เราสามารถขอรับการทำโอซาโตชิให้แก่คนในครอบครัวของเราได้ แต่กับเพื่อนไม่ได้ เพื่อนๆของเราต้องขอรับการทำโอซาโตชิด้วยตนเอง เพราะบาปกรรมของเพื่อนนั้นสามารถมาอยู่ที่เราแทนได้ (ได้อธิบายไว้ในการทำบุญสำหรับการรับโอซาโตชิ)

✴ขณะนี้ไม่มีการรบกวนจากพระเจ้าองค์เล็กๆมาตั้งแต่เดือนมกราคมปี ค.ศ. 2013 พวกเขาได้เติบโตจากการทำโอซาโตชิขององค์กรตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 กลุ่มสุดท้ายได้รับการช่วยเหลือเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ปีค.ศ. 2012

   

คำสอน 6

วิธีการสร้างครอบครัวที่เต็มไปด้วยความสุข

เคล็ดลับของการมีครอบครัวที่มีแต่ความสุข

ต่อไปนี้คือการฝึกฝนเพื่อให้เรามีความสุข และคนรอบข้างมีความสุข การฝึกฝนนี้เรียกรวมกันว่า “วิธีการสร้างครอบครัวที่เต็มไปด้วยความสุข”

ด้วยการฝึกฝนนี้ ไม่ใช่แค่เราจะได้ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความสุขเท่านั้น แต่เรายังสามารถทำให้ เมือง ประเทศ โลก และจักรวาลเต็มไปด้วยความสุขได้

เมื่อเราให้วิญญาณที่ทุกข์ทรมานอยู่ในนรกฝึกการฝึกฝนนี้ วิญญาณเหล่านี้สามารถขึ้นสวรรค์ได้ทันที ดังนั้นเราจึงใช้วิธีนี้ในการทำโอซาโตชิ (การช่วยเหลือวิญญาณ) โดยการสร้างลูกบอลแห่งแสงและใส่วิธีการนี้ลงไป โยนไปให้วิญญาณ พวกเขาจะสามารถยกระดับตนเองให้สูงขึ้นจนกระทั่งถึงระดับของโลกพระเจ้า เหนือสวรรค์ขึ้นไป สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าวิธีการนี้ทรงพลังเพียงใด

ปัจจุบันพระเจ้าของดาวดวงอื่น และสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก ได้มาที่การเรียนการสอนขององค์กรชินริเพื่อขอวิธีการนี้ กลับไปใช้ยังดาวของตน วิธีการนี้สามารถพัฒนา และบูรณะดาวของพวกเขาได้

   

บทนำ

1) ความสำคัญของการขอบคุณ

ใน “วิธีการฝึกฝนในโลกของจิตวิญญาณ” ในองค์กรชินรินั้น มีส่วนที่กล่าวไว้ว่า “ใครก็ตามที่อยู่บนสวรรค์ควรจะขอบคุณทุกคนที่ให้การช่วยเหลือตนเอง” หลังจากบอกวิญญาณในเรื่องนี้ เราให้พวกเขากล่าวขอบคุณคู่ชีวิต ลูก พ่อแม่ และคนอื่นที่ได้ช่วยเหลือพวกเขาในช่วงที่มีชีวิตอยู่ เพียงแค่การทำสิ่งนี้ วิญญาณเหล่านั้นสามารถไปยังที่ๆดี ในโลกของจิตวิญญาณได้

เมื่อเรารู้สึกขอบคุณ ระดับจิตวิญญาณของเราจะสูงเท่ากับคนที่อยู่บนสวรรค์ ความคิดของเราจะแตกต่างกับเจ้ากรรมนายเวรที่อยู่ในโลกของจิตวิญญาณระดับที่ต่ำกว่า ผลที่ตามมาก็คือเราสามารถหลุดพ้นจากอิทธิพลของวิญญาณที่ไม่ดี และเราสามารถพบเจอกับความสุขได้

   

2) ด้วยการเพิ่มคำว่า “ตลอดมา” ในคำว่า “ขอบคุณ” จะทรงพลังมากขึ้น

เมื่อมีการเพิ่มคำว่า “ตลอดมา” ตัวอย่างเช่น

“ขอบคุณที่ใจดีกับฉันตลอดมา” “ขอบคุณที่ช่วยฉันตลอดมา” “ขอบคุณที่ใช้บริการเราตลอดมา” และอื่นๆ บุคคลที่ได้ยินได้ฟังจะมีความสุขมากขึ้น เพราะมันเหมือนกับการได้ยินคำว่า “ฉันสามารถจดจำความพยายามของคุณได้”

คำพูดเหล่านั้น เราสามารถย่อได้เป็น “ขอบคุณสำหรับ….ตลอดมา” มีความหมายเสมือนกับเรารับรู้ถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่บุคคลคนนั้นได้ทำเพื่อเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเรากำลังแสดงความขอบคุณ สำนึกบุญคุณอย่างใจจริง

เมื่อเราแสดงความขอบคุณโดยการกล่าวว่า “ขอบคุณสำหรับ….ตลอดมา” แม้แต่ต่อบุคคลที่ไม่ชอบเรา บุคคลนั้นจะมีมนุษย์สัมพันธ์กับเราดียิ่งขึ้น และใจดีกับเรายิ่งขึ้น

สิ่งนี้แสดงว่า คำพูดแสดงความขอบคุณเหล่านี้ ได้นำความสุขมาสู่ผู้ฟัง ผู้รับอย่างมหัศจรรย์ และเพราะสิ่งนี้เอง มนุษย์สัมพันธ์ของเราและบุคคลนั้นจะดีขึ้น

ดังนั้นขอให้พวกเรากล่าวคำว่า “ขอบคุณสำหรับ….ตลอดมา” กับทุกๆคน

   

วิธีการสร้างครอบครัวที่มีแต่ความสุข

การปฏิบัติที่ 1 เราสามารถแสดงความขอบคุณ สำนึกบุญคุณได้แม้ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม

วิธีการปฏิบัติสำหรับการแสดงความขอบคุณ

เราสามารถแสดงความขอบคุณต่อบุคคลที่ได้จากไปแล้วได้เช่นกัน โดยการจินตนาการว่า บุคคลคนนั้นอยู่ตรงหน้าเรา และกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” และคำพูดเหล่านี้จะสามารถไปถึงจิตวิญญาณของผู้รับได้ในรูปแบบของคลื่นความคิด

โปรดแสดงความขอบคุณต่อสมาชิกในครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน ตลอดจนบุคคลที่ไม่ชอบเรา

ผลที่ตามมาคือ ความสัมพันธ์ของเราและพวกเขาจะดีขึ้น แม้แต่ศัตรูของเราก็จะมีความใจดีมากขึ้น

เราควรจะเริ่มโดยการกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” แก่คู่ชีวิตของเรา จากนั้นกล่าวแก่ลูกๆ และบิดามารดาของเรา

ทำไมเราถึงควรกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” กับคู่ชีวิตของเราก่อน เหตุผลนั้นก็เพราะว่า แม้ว่าการแต่งงานคือการใช้ชีวิตร่วมกันของคนแปลกหน้าสองคน แต่คู่ชีวิตของเรานั่นจะใช้ทั้งชีวิตกับเรา และเป็นคนที่คอยช่วยเหลือเราในยามทุกข์ยาก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราควรจะกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” แก่คู่ชีวิตของเราก่อน

หลังจากนั้นบุคคลถัดไปที่ควรจะกล่าว “ขอบคุณ” นั่นก็คือลูกๆของเรา พวกเขาคอยให้ความสุขแก่เราในการเป็นบิดามารดาของพวกเขา และเมื่อเราได้เป็นผู้ปกครองของพวกเขาแล้วนั้น เราจะรู้สึกเข้มแข็งขึ้น สามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง

หลังจากนั้นควรกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” แก่บิดามารดาของเราที่ได้ให้กำเนิดเราและเลี้ยงดูเรามา

นอกจากนี้ ยังมีบุคคลอื่นๆที่สมควรได้รับคำขอบคุณจากเรา เช่น ปู่ย่าตายาย ลุง ป้า พี่น้อง คุณครู เพื่อนบ้าน เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน เพื่อน คนที่ช่วยเหลือเรา เป็นต้น

ท้ายสุดนี้ โปรดแสดงความขอบคุณต่อคนที่แสดงการกระทำที่แย่ต่อเรา คนที่ล้อเลียน และรบกวนเรา

ให้ปฏิบัติตามนี้

ดังที่เห็นด้านล่างนี้ ให้เราใส่ชื่อสามี/ภรรยา/ลูกของเรา หรือบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง การกล่าวถึงบุคคลคนหนึ่งควรกล่าวทั้งสามแบบเพื่อแสดงความขอบคุณอย่างใจจริง

……….(ชื่อ) ขอบคุณครับ/ค่ะ
……….(ชื่อ)ขอบคุณสำหรับ…..ตลอดมา ครับ/ค่ะ
……….(ชื่อ)ขอบคุณมากๆครับ/ค่ะ

เตรียมรายชื่อของบุคคลที่เราจะกล่าวขอบคุณ และแสดงความขอบคุณอย่างใจจริง อย่างน้อยวันละสิบคน

ในกรณีของบุคคลที่เราจะกล่าวขอบคุณนั้นเป็นคู่ เช่น บิดามารดา หรือลูกๆ สามารถกล่าวพร้อมกันในหนึ่งครั้งได้ เช่น “คุณพ่อคุณแม่ ขอบคุณครับ/ค่ะ”

   

การปฏิบัติที่ 2 การใช้คำว่า “ขอบคุณสำหรับ….ตลอดมา” ในชีวิตประจำวัน

1) การกล่าวคำว่า “ขอบคุณสำหรับ….ตลอดมา” เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิดในครอบครัว

สำหรับสมาชิกในครอบครัว นอกจากการกล่าว “อรุณสวัสดิ์” หรือ “ราตรีสวัสดิ์” แล้ว ควรจะกล่าวคำว่าขอบคุณด้วย
ในตอนเช้า:
“อรุณสวัสดิ์คุณพ่อ(คุณแม่ ลูก) ขอบคุณสำหรับ….ตลอดมา ขอให้วันนี้เป็นวันที่สดใส”
ในตอนกลางคืน:
“ราตรีสวัสดิ์คุณพ่อ(คุณแม่ ลูก) ขอบคุณสำหรับทุกอย่างในวันนี้ ขอให้นอนหลับฝันดี”

2) การกล่าวคำขอบคุณเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสามี ภรรยา

เมื่อสามีคุณกำลังจะออกไปทำงาน ให้กล่าวว่า
“โชคดีนะคะ ขอบคุณที่ทำงานหนักเพื่อครอบครัวของเรา” หรือ “โชคดีนะคะ ขอบคุณที่ทำงานหนักเพื่อเราตลอดมา”
เมื่อสามีคุณกลับมาถึงบ้าน ให้กล่าวว่า “วันนี้ทำงานมาเป็นอย่างไรบ้าง ขอบคุณที่ทำงานหนักเพื่อเรา” และในทุกโอกาสควรกล่าวว่า “ขอบคุณสำหรับความพยายามที่คุณทำเพื่อเรา”
โดยการกล่าวเช่นนี้ สามีของคุณจะมีพลังในการทำงานมากขึ้นเพื่อภรรยาและลูกอันเป็นที่รักของเขา ถึงแม้เขาจะต้องทำงานหนัก และมีความเครียดจากการทำงานมากมายก็ตาม

3) การกล่าว “ขอบคุณ” ต่อลูกๆ

โปรดกล่าวคำขอบคุณแก่ลูกของคุณให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ “ขอบคุณที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อและแม่ พ่อและแม่มีความสุขมาก”
ควรกล่าวคำขอบคุณในทุกโอกาส ลูกของคุณจะรักพ่อและแม่ และจะเติบโตเป็นคนดี
คำกล่าวขอบคุณเหล่านี้สามารถรักษาอาการตื่นมาร้องไห้ตอนกลางคืน หรือฉี่รดที่นอนของเด็กได้ด้วย
ปัญหาที่กล่าวไว้ข้างต้นอาจจะเกิดขึ้นในครอบครัวที่อยากได้ลูกสาวแต่ได้ลูกชายแทน หรือกลับกัน
ความรู้สึกผิดหวังของพ่อแม่จะถูกส่งผ่านมายังลูกเมื่อพ่อแม่มีความคิดว่า “โอ้ ลูกผู้ชายอีกแล้ว” “โอ้ ลูกผู้หญิงอีกแล้ว” ทำให้ลูกคนนั้นขาดความมั่นใจในความรักของพ่อแม่
ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นในคุณแม่ที่ไม่ตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ และรู้สึกแย่กับการตั้งครรภ์
ดังนั้นตั้งแต่พวกเขาเกิด โปรดกล่าวคำว่า “ขอบคุณที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อและแม่ พ่อและแม่มีความสุขมากๆ” ลูกจะมีความมั่นใจในรักของพ่อแม่ ปัญหาข้างต้นก็จะไม่เกิด

4) การกล่าวคำ “ขอบคุณ” ต่อบิดามารดาของเรา และบิดามารดาของคู่ชีวิต

เราควรกล่าวแก่บิดามารดาของเรา “ขอบคุณที่ทำให้ข้าพเจ้าเกิดมาบนโลกนี้” ในโอกาสสำคัญต่างๆเช่น วันเกิดของพวกเขา วันครบรอบแต่งงานของพวกเขา เป็นต้น
ภรรยาควรกล่าวแก่บิดามารดาของสามีว่า “ขอบคุณที่ทำให้ ……(ชื่อของสามี) เกิดมาบนโลกนี้” บิดามารดาของสามีก็จะมีความสุข ความสัมพันธ์ก็จะดีขึ้น
สามีก็ควรกล่าวแก่บิดามารดาของภรรยาว่า “ขอบคุณที่ทำให้ ……(ชื่อของภรรยา) เกิดมาบนโลกนี้” เช่นกัน
การเขียนคำเหล่านี้ลงบนการ์ดอวยพรในโอกาสต่างๆและให้พร้อมกับของขวัญก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน
บิดามารดาของคู่ชีวิตของเราก็จะมีความสุข และรักเราอย่างแน่นอน
ความสัมพันธ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่หายากในอดีต แต่ด้วยการปฏิบัตินี้จะทำให้พวกเขารักกันได้

5) การกล่าวคำว่า “ขอบคุณ ตลอดมา” เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้อื่น

เมื่อความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น โดยเฉพาะที่ทำงานเป็นไปได้ไม่ดี มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่กับเรา มีคนมากมายที่มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านาย
โดยการกล่าวว่า “ขอบคุณสำหรับ….ตลอดมา” ในที่ทำงาน เป็นไปได้ที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นให้เกิดขึ้น
ก่อนที่จะเริ่มการสนทนากับผู้อื่น หรือตอนโทรศัพท์ ให้เรากล่าวเริ่มต้นว่า “ขอบคุณสำหรับ….ตลอดมา”
ขอบคุณสำหรับ….ตลอดมาครับ/ค่ะ คุณ….. เริ่มการสนทนา
สวัสดีครับ คุณ….. ขอบคุณสำหรับ….ตลอดมามีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ/ค่ะ
โปรดใช้คำเหล่านี้แก่ เพื่อนบ้าน ลูกจ้าง และอื่นๆ เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในคำพูดของพวกเขา และเราก็จะมีความสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับคนเหล่านั้น

   

การปฏิบัติที่ 3 การกล่าวทักทายบรรพบุรุษ

1) การกล่าวทักทายแก่บรรพบุรุษของคนที่เกี่ยวข้องกับเรา

โปรดกล่าวทักทายแก่บรรพบุรุษของคนที่เราเจอในทุกๆวัน โดยการกล่าวเสียงเบา หรือคิดในใจ
“บรรพบุรุษของคุณ …… ขอบคุณสำหรับ….ตลอดมา”
การกล่าวเช่นนี้ บรรพบุรุษนั้นจะมีความสุขที่เราให้ความเคารพต่อพวกเขา และจะทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกหลานของพวกเขา
เมื่อเราไปเยี่ยมใครก็ตาม เราควรกล่าวคำทักทายแก่บรรพบุรุษของครอบครัวนี้ก่อน จะทำให้การเยือนนี้มีสนุกสนานและยินดียิ่งขึ้น
เมื่อเรามีประชุม เราควรจะกล่าวคำทักทายแก่บรรพบุรุษของผู้ร่วมประชุม จะทำให้การประชุมราบรื่น และสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
โปรดกล่าวคำทักทายแก่บรรพบุรุษของบุคคลที่แสดงการกระทำที่ไม่ดีต่อเรา ล้อเลียนเรา จะทำให้บุคคลนั้นเปลี่ยนการกระทำต่อเราได้

2) การกล่าวทักทายแก่บรรพบุรุษเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตคู่

โปรดกล่าวคำทักทายแก่บรรพบุรุษของคู่ชีวิตของเรา
การยอมรับจากบรรพบุรุษของทั้งสองฝ่ายนั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับความสุขในชีวิตแต่งงาน แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยนี้มักจะถูกมองข้ามอยู่บ่อยๆ
ความจริงแล้ว สามีภรรยาจะมีท่าทีเย็นชา และเริ่มที่จะมองอีกฝ่ายในแง่ลบในหลายกรณี อันเนื่องมาจากอิทธิพลของบรรพบุรุษของทั้งสองฝ่าย
คู่แต่งงานส่วนใหญ่ไม่กล่าวคำทักทายแก่บรรพบุรุษของอีกฝ่ายในช่วงเวลาที่แต่งงานกัน แต่ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้กล่าวคำทักทายในช่วงนั้น ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป คุณยังสามารถทำมันได้อยู่ตลอดเวลา โปรดเริ่มทำวันนี้
ให้จินตนาการว่าบรรพบุรุษของอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้าเรา และให้กล่าวคำทักทาย แน่นอนว่าพวกเขาจะมาอยู่ตรงหน้าเพื่อฟังในสิ่งที่เราจะกล่าว
สำหรับภรรยาให้กล่าวว่า

“บรรพบุรุษของตระกูล ………(นามสกุลของสามีของคุณ) ข้าพเจ้าขออภัยที่ไม่ได้ทำการทักทายเมื่อข้าพเจ้าได้แต่งงานกับลูกหลานของท่าน ขอบพระคุณมากค่ะที่อนุญาตให้ข้าพเจ้าได้แต่งงานกับ (ชื่อสามี) ข้าพเจ้าจะพยายามอย่างเต็มที่ในฐานะภรรยาที่ดี ลูกสะใภ้ที่ดี และแม่ที่ดีของลูกของข้าพเจ้า ได้โปรดให้ความคุ้มครองและการชี้แนะแก่ข้าพเจ้าด้วย

ขอบคุณมากค่ะ”
สำหรับสามีให้กล่าวว่า

“บรรพบุรุษของตระกูล ………(นามสกุลของภรรยาของคุณ) ข้าพเจ้าขออภัยที่ไม่ได้ทำการทักทายเมื่อข้าพเจ้าได้แต่งงานกับลูกหลานของท่าน ขอบพระคุณมากครับที่อนุญาตให้ข้าพเจ้าได้แต่งงานกับ (ชื่อภรรยา) ข้าพเจ้าจะพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลเธอ ได้โปรดให้ความคุ้มครองและการชี้แนะแก่ข้าพเจ้าด้วย ขอบคุณมากครับ”

แน่นอนว่าความสัมพันธ์ของคุณและคู่ชีวิตจะอบอุ่น แต่ถ้าคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่แล้วนั้น ความสัมพันธ์จะยิ่งดีขึ้นไปอีก

3) ความลับในการแก้ปัญหาความสัมพันธ์ที่แย่ระหว่างลูกสะใภ้และแม่สามี

ปัญหาครอบครัวส่วนใหญ่ ที่รุนแรงที่สุดน่าจะเป็นความสัมพันธ์ของลูกสะใภ้และแม่สามี
ปัจจุบันวิธีแก้ปัญหานี้มีทางเดียวคือให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายมีความอดทนต่อกัน
แต่มีวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหานี้
นอกจากการกล่าวทักทายเพื่อแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษแล้ว พ่อแม่ของคู่ชีวิตก็ควรที่จะแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษของลูกสะใภ้เช่นกัน
“บรรพบุรุษของตระกูล ……… (นามสกุลของลูกสะใภ้ของคุณ) ข้าพเจ้าขออภัยที่ไม่ได้ทำการทักทายเมื่อลูกของข้าพเจ้าได้หมั้นและ แต่งงานกับลูกหลานของท่าน ขอบพระคุณมากครับ/ค่ะที่อนุญาตให้ลูกของข้าพเจ้าได้แต่งงานกับ (ชื่อลูกสะใภ้) ข้าพเจ้าจะพยายามอย่างเต็มที่ในการให้ความรัก และการชี้แนะต่างๆแก่เธอ เพื่อที่เธอจะได้รู้สึกว่าเราเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน ได้โปรดให้ความคุ้มครองและการชี้แนะแก่ข้าพเจ้าด้วย ขอบคุณมากค่ะ”
สามารถกล่าวที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นต่อหน้าแท่นบูชาบรรพบุรุษ
ให้กล่าวออกไปโดยจินตนาการว่าพวกเขาอยู่หน้าคุณ
แม้ว่าจะเป็นการกล่าวโดยคนคนเดียวในครอบครัว (ภรรยา สามี หรือแม่สามี) ความสัมพันธ์จะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแน่นอน

   

การปฏิบัติที่ 4 รู้สึกขอบคุณต่อสิ่งต่างๆรอบตัวเรา

โปรดกล่าวคำว่า “ขอบคุณ ตลอดมา” แก่สัตว์ ต้นไม้ หรือสิ่งของต่างๆเช่น

ต้นไม้-ขอบคุณมากที่ช่วยสร้างออกซิเจนตลอดมา
ดอกไม้-ขอบคุณที่ทำให้มีวิวสวยๆและมีกลิ่นหอมตลอดมา
สวน ไร่-ขอบคุณที่ให้สารอาหารแก่เราตลอดมา
สัตว์เลี้ยง-ขอบคุณที่คอยเป็นเพื่อนเราตลอดมา
วัว-ขอบคุณที่คอยให้นมแก่เราตลอดมา
ไก่-ขอบคุณที่ให้ไข่ไก่ตลอดมา
โทรทัศน์ วิทยุ-ขอบคุณที่คอยให้ความบันเทิงแก่เราตลอดมา
และอื่นๆอีกมากมาย

   

การปฏิบัติโดยใช้โอมาโมร

การปฏิบัติโดยใช้โอมาโมริ 1

การใช้เข็มกลัดคุ้มครอง (โอมาโมริ)

เข็มกลัดคุ้มครอง (โอมาโมริ)ส่วนตัว

ติดเข็มกลัดคุ้มครอง ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวคุณ

1) ด้านหน้า: ติดเข็มกลัดคุ้มครอง ที่เสื้อหรือเสื้อชั้นในทางด้านซ้าย ใกล้หัวใจ หรือติดบนเสื้อชั้นในถ้าคุณไม่อยากให้คนอื่นเห็นเข็มกลัดนี้
2) ด้านหลัง: ติดโอมาโมริด้วยเข็มหมุด หรือใช้แบบเข็มกลัดคุ้มครองก็ได้ ติดที่ปกคอเสื้อโดยหันให้ตัวหนังสือของโอมาโมริออกไปด้านนอก สามารถติดที่ด้านในหรือด้านนอกของปกคอเสื้อก็ได้

โดยปกติแล้ววิญญาณจะเข้ามาทางด้านหลังเพื่อที่จะมาติดกับเรา ดังนั้นสำคัญมากที่เราจะต้องติดโอมาโมริไว้ด้านหลังของเราด้วย ไม่ใช่แค่ด้านหน้า

   

ให้ติดโอมาโมริไว้เพื่อคุ้มครองตัวเราตลอดเวลา

ใครก็ตามที่มีปัญหาในเรื่องการนอนหลับ หรือวิญญาณมารบกวนได้ง่าย ถ้าติดโอมาโมริก่อนนอนบนชุดนอน(แค่ด้านหน้าเท่านั้น)นั้นจะเป็นสิ่งที่ดี

   

โอมาโมริสำหรับบ้าน:

โอมาโมริสำหรับบ้านนั้นมีเทปกาวติดอยู่ด้านหลัง คุณสามารถติดได้ที่ผนังที่ใดก็ได้ในบ้าน คุณสามารถติดที่ที่ทำงานของคุณ (เช่น ออฟฟิส ร้านค้า เป็นต้น) เมื่อติดโอมาโมริแล้วนั้น สถานที่นั้นจะได้รับการชำระล้าง และคุณจะเห็นผลดีต่องานของคุณ

โอมาโมริสำหรับรถ:

เพื่อปกป้องรถของคุณ ให้ใช้โอมาโมริสองอัน นั่นก็คือโอมาโมรสำหรับรถ และโอมาโมริสำหรับบ้าน
โอมาโมริสำหรับรถนั้นเพื่อประสิทธิภาพที่ดีของรถ (เช่น ประหยัดน้ำมัน) และโอมาโมริสำหรับบ้านนั้น เพื่อปกป้องรถของคุณจากอุบัติเหตุ และเพื่อช่วยเหลือวิญญาณ
โอมาโมริสำหรับรถนั้น สามารถแขวนได้ที่กระจกมองหลัง
โอมาโมริสำหรับบ้านนั้น ให้ติดไว้หลังกระจกรถยนต์ หน้าด้านหน้าออกไปทางด้านหน้าของรถ เพื่อที่คุณจะได้ช่วยเหลือวิญญาณในทุกๆที่คุณเดินทางไป
ข้อควรระวัง: วิญญาณบางตนไม่สามารถมองเห็นโอมาโมริได้ ดังนั้นจะเป็นการดีถ้าเมื่อใดที่คุณช่วยเหลือวิญญาณแล้วกล่าวว่า

“ใครก็ตามที่อยู่ตรงนี้ ได้โปรดมองมาที่โอมาโมรินี้ (พร้อมกับชี้ไปที่โอมาโมริ)
พวกคุณทั้งหมดสามารถขึ้นสวรรค์ได้
วิธีการที่จะขึ้นสวรรค์นั้นได้เขียนไว้อยู่ที่โอมาโมรินี้”

โอมาโมริสำหรับโทรศัพท์มือถือ:

คุณก็สามารถติดโอมาโมริไว้ที่โทรศัพท์มือถือของคุณได้ จะเป็นสิ่งที่ดี เพราะหากคุณลืมใส่โอมาโมริไว้กับตัว คุณก็ยังมีโอมาโมริที่โทรศัพท์มือถือ

   

ก่อนที่จะใส่และถอดโอมาโมริ:

ก่อนที่จะใส่โอมาโมริ ให้เราอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อขอประทานความคุ้มครอง โดยกล่าวว่า “ได้โปรดให้ความคุ้มครองแก่ข้าพเจ้าผ่านทางโอมาโมรินี้”
ก่อนที่เราจะถอดโอมาโมริ ให้เรากล่าวคำอธิษฐานเพื่อแสดงความขอบคุณต่อความคุ้มครองที่พระเข้าได้ประทานให้ โดยกล่าวว่า “ขอบพระคุณมากครับ/ค่ะที่ได้ประทานความคุ้มครองผ่านทางโอมาโมรินี้”

   

ที่สำหรับเก็บรักษาโอมาโมริ:

หลังจากที่ถอดโอมาโมริจากเสื้อผ้าแล้ว โปรดเก็บรักษาไว้ในกล่องที่สะอาด หรือวางบนกระดาษที่สะอาด
คุณยังสามารถเก็บโอมาโมริในตู้เสื้อผ้า โดยติดไว้กับเสื้อผ้า
เมื่อคุณจะนำโอมาโมริใส่ไว้ในกระเป๋าถือเพื่อเดินทาง โปรดใส่ไว้ในถุงพลาสติกที่สะอาด

   

การปฏิบัติโดยใช้โอมาโมริ 2

วิธีการช่วยเหลือวิญญาณด้วยโอมาโมริ

โอมาโมริสามารถปกป้องคุ้มครองคุณจากการรบกวนของวิญญาณ และสามารถใช้เพื่อช่วยเหลือวิญญาณที่มารบกวนหรือมาติดอยู่กับคุณได้

วิธีการช่วยเหลือวิญญาณ(วิธีการทำโอซาโตชิ):

เมื่อคุณรู้สึกปวดไหล่ รู้สึกเหนื่อย รู้สึกเจ็บปวด นี่เป็นสัญญาณของการที่วิญญาณมาติดอยู่กับคุณ
ให้เอามือวางไว้ที่บริเวณที่รู้สึกปวดหรือแข็ง แล้วกดเบาๆพร้อมกล่าวว่า
“ใครก็ตามที่ติดอยู่ตรงนี้ คุณสามารถขึ้นสวรรค์ได้ วิญญาณสัตว์และวิญญาณมนุษย์สามารถขึ้นสวรรค์ได้ทั้งหมด
วิธีการที่จะขึ้นสวรรค์ ได้เขียนอยู่บนโอมาโมรินี้ (พร้อมกับชี้ไปที่โอมาโมริที่ติดอยู่ที่ด้านหน้า หรือหลังของเรา ใกล้กับบริเวณที่รู้สึกปวดหรือแข็ง) ได้โปรดอ่าน และทำตามที่เขียนไว้นี้ด้วย”
หรือ
“ใครก็ตามที่ติดอยู่กับ (ชื่อ) ที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว (หรือปัญหาอื่นๆ) คุณสามารถขึ้นสวรรค์ได้ วิญญาณสัตว์และวิญญาณมนุษย์สามารถขึ้นสวรรค์ได้ทั้งหมด
วิธีการที่จะขึ้นสวรรค์ ได้เขียนอยู่บนโอมาโมรินี้ (พร้อมกับชี้ไปที่โอมาโมริที่ติดอยู่ที่ด้านหน้า หรือหลังของเรา ใกล้กับบริเวณที่รู้สึกปวดหรือแข็ง) ได้โปรดอ่าน และทำตามที่เขียนไว้นี้ด้วย”
ให้กล่าวซ้ำจนกว่าคุณหรือคนนั้นจะรู้สึกดีขึ้น

คุณสามารถช่วยเหลือวิญญาณที่ติดอยู่กับผู้อื่นได้

โปรดบอกกล่าวแก่สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนๆว่าคุณมีวิธีที่ดีที่จะบรรเทาอาการเจ็บปวด (หรือปัญหาอื่นๆ) และทำโอซาโตชิแบบที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น พวกเขาจะรู้สึกดีขึ้น
คุณควรที่จะทำต่อหน้าเขา หรือถ้าหากพวกเขาอยู่ไกลจากคุณ ให้บอกกล่าวพวกเขาว่าคุณจะทำโอซาโตชิให้พวกเขา โปรดอย่าทำโอซาโตชิโดยที่พวกเขาไม่ได้รับรู้
แต่ถ้าพวกเขาไม่ยอมรับการทำโอซาโตชิ ขอให้คุณอย่าทำโอซาโตชิให้พวกเขา คุณสามารถทำโอซาโตชิโดยไม่ต้องขออนุญาตก่อนแก่ลูกของคุณได้เท่านั้น
ถ้าพวกเขาสนใจที่จะใส่โอมาโมริ คุณสามาถให้พวกเขายืมโอมาโมริได้ประมาณสองอาทิตย์ แค่การที่ได้ใส่โอมาโมริ จะทำให้คนๆนั้นรู้สึกแตกต่าง (เช่น ความรู้สึกหนักๆที่ตัวจะหายไป ความรู้สึกเหนื่อยหายไป เป็นต้น)

คุณสามารถทำโอซาโตชิในระยะไกลได้

อันดับแรก ให้บอกกล่าวแก่บุคคลคนนั้นว่าคุณกำลังจะทำโอซาโตชิด้วยโอมาโมริ
หลังจากนั้น ให้ทำโอซาโตชิด้วยการจินตนาการว่าบุคคลคนนั้นอยู่ตรงหน้าคุณ ให้กล่าวประโยคข้างต้นที่ได้กล่าวไว้
เมื่อคุณทำโอซาโตชิแล้ว แต่ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี นั่นหมายความว่าคนที่ทำให้เกิดปัญหานั้นๆเป็นวิญญาณที่มีความอาฆาตแค้น หรือวิญญาณที่มาจากนรกขุมลึก ในกรณีนี้ให้อธิษฐานถึง “คำอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือวิญญาณที่รบกวน” ก่อนที่คุณจะทำโอซาโตชิ

   

การปฏิบัติโดยใช้โอมาโมริ 3

คำอธิษฐานในการใช้โอมาโมริ

วิญญาณสัตว์ที่ติดอยู่กับข้าพเจ้า (หรือ วิญญาณสัตว์ที่ทำให้เกิดปัญหา … แก่ …) คุณสามารถเป็นวิญญาณมนุษย์ และขึ้นสวรรค์ได้ โปรดอ่านที่โอมาโมรินี้ และทำตามที่เขียนไว้
วิญญาณมนุษย์ที่ติดอยู่กับข้าพเจ้า (ที่ทำให้เกิดปัญหา … แก่ …) คุณก็สามารถขึ้นสวรรค์ได้ วิธีการขึ้นสวรรค์ได้เขียนอยู่ในโอมาโมรินี้ โปรดอ่านที่โอมาโมรินี้ และทำตามที่เขียนไว้
วิญญาณเด็กไม่สามารถเกิดได้ ที่ติดอยู่กับข้าพเจ้า (ที่ทำให้เกิดปัญหา … แก่ …) คุณก็สามารถขึ้นสวรรค์ได้ วิธีการขึ้นสวรรค์ได้เขียนอยู่ในโอมาโมรินี้ โปรดอ่านที่โอมาโมรินี้ และทำตามที่เขียนไว้
สำหรับวิญญาณที่รบกวน

1. อธิษฐานบทสวดเพื่อช่วยเหลือวิญญาณที่รบกวนเรา (การปฏิบัติ 3 ข้อที่ 1 และ 2)
2. ทำโอซาโตชิ

วิญญาณมนุษย์ที่ทำให้เกิดปัญหา … แก่ … ตอนนี้คุณมีพลังไม่พอใช่ไหม ถ้าคุณทำตามที่เขียนไว้ในโอมาโมรินี้ คุณจะมีพลังมากขึ้นและสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่หวัง โปรดอ่านที่โอมาโมรินี้ และทำตามที่เขียนไว้
ในตอนสุดท้าย: ได้โปรดแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณได้ทำไว้กับ …. ขอบคุณครับ/ค่ะ ลาก่อน

   

การปฏิบัติโดยใช้โอมาโมริ 4

วิธีการให้แสง(พลังทางจิตวิญญาณ)ด้วย โอมาโมริ

เมื่อเรามี โอมาโมริอยู่กับตัวเรา (ติดที่เสื้อ) และอธิษฐานต่อพระเจ้า เราสามารถ รับ แสง อันศักดิ์สิทธิ์จากพระเจ้าสูงสุดได้ เราสามารถให้แสงออกจากฝ่ามือของเราไปที่สิ่งต่างๆ (ส่วนต่างๆของร่างกายมนุษย์ สัตว์ สิ่งไม่มีชัวิต หรือสิ่งแวดล้อม) แสงนี้ทรงพลังและมี ประสิทธิภาพมาก ในการรักษาปัญหาเกี่ยวกับร่างกาย
เราสามารถให้แสงแก่ตัวเราเอง หรือแก่ผู้อื่น เพื่อบรรเทาอาการที่เป็นปัญหาเกี่ยว กับ สุขภาพ อุบัติเหตุ ความอ่อนแอ ฯลฯ เรายังสามารถให้แสงในขณะที่เรากำลังทำ โอซาโตชิ ได้ ด้วย

1) การอธิษฐาน

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล ขอบพระคุณมากครับ/ค่ะ
ได้โปรดประทานพลังเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ (หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ) ที่เป็นปัญหาต่อข้าพเจ้า (หรือชื่อของบุคคลอื่น) โดยการให้แสงผ่านทางฝ่ามือ ของข้าพเจ้า

2) การให้แสง

คุณสามารถให้แสงได้ด้วยทั้งมือทั้งสองข้าง หรือแค่หนึ่งข้างก็ได้ถ้ามืออีกข้างหนึ่งไม่ สะดวก
ให้จินตนาการว่าแสงของพระเจ้าออกมาจากฝ่ามือของเรา ใหัแสงโดยการยกฝ่ามือห่างจาก เป้าหมาย หรือบริเวณที่มีปัญหาประมาณหนึ่ง (ระหว่าง10-30 เซนติเมตรขึ้นอยู่กับบริเวณ ที่ ได้ รับผลกระทบ)
คุณยังสามารถให้แสงแก่คนที่อยู่ไกลจากตัวคุณได้ โดยให้จินตนาการว่าบุคคลคนนั้น อยู่ตรงหน้าคุณ และให้แสงแก่เขา/เธอ
คุณยังสามารถให้แสงแก่หลังของคุณได้โดยวิธีเดียวกัน ให้จินตนาการว่าหลังของคุณ อยู่ตรงหน้าของคุณ (เช่น ถ้าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดไหล่ด้านหลัง หรือกระดูกสันหลัง หรือส่วนอื่นๆของร่างกายที่คุณไม่สามารถให้แสงได้โดยตรง)

การให้แสงแก่บุคคลอื่นอาจทำให้เราได้รับบาปกรรมของคนนั้นมา และวิญญาณบางตน อาจทำร้ายคุณได้ด้วย (วิญญาณที่รบกวนบุคคลนั้นจะโกรธคุณที่คุณไปช่วยเหลือเขา)
แต่ถ้าคุณให้แสงระยะไกล วิญญาณจะไม่ทำร้ายคุณเนื่องจากพวกเขา ไม่รู้ว่าแสงนั้นมา จากที่ไหน ดังนั้นการให้แสงระยะไกลนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการให้แสงแก่ใครก็ตาม
แต่ถ้าบุคคลที่จะรับแสงนั้นได้มีการทำบุญ(หรือเรียกว่า คิช่ะ) ให้อธิษฐานต่อพระเจ้า จะทำให้ไม่มีการรับบาปกรรมจากบุคคลนั้น

สำหรับสมาชิก มาฮิคาริ:
สำหรับเรื่องสิ่งสำคัญในการให้แสง และวิธีการให้แสงนั้น เราจะแนะนำให้คุณใน ภายหน้า แต่อย่างไรก็ตาม คุณสามารถให้แสงตามจุดต่างๆในการให้แสงของมาฮิคาริได้

3) การกล่าวในตอนจบเรื่ิองการให้แสง

พระเจ้าสูงสุดแห่งแสง ผู้ริเริ่มและผู้ให้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอันกว้างไพศาล ขอบพระคุณมากครับ/ค่ะสำหรับพลังแสงที่ท่านได้ประทานมา